ษฐานเช่นนี้
ดังนั้น นางจึงเริ่มเพ่งความสนใจไปที่อันหลิน
ต่อมา นางก็สงบนิ่งมากขึ้น
“คุณพระ ไม่ใช่หลิวเชียนฮ่วน เขากำลังขี่สุนัข! สุนัขตัวนี้มันอะไรกัน!”
มุมปากของเซียนพสุธาเยว่อิ่งกระตุก สุนัขระดับหล่อเลี้ยงวิญญาณตัวนี้มาได้อย่างไร
ในบรรดานักเรียนระดับหล่อเลี้ยงวิญญาณยี่สิบสองคนของสำนัก ไม่เคยได้ยินว่าคนไหนแปลงร่างเป็นสุนัขได้นี่นา!
หากว่าลูกศิษย์คนอื่นเข้าสู่ขอบเขตกระแสจิตของนาง ย่อมต้องมีข้อมูลสถิติที่สัมพันธ์กันปรากฏขึ้นในตำรา แต่ชัดเจนว่าสุนัขตัวนี้ไม่มี…
ตอนที่ค่ายกลเคลื่อนย้าย สัตว์เทพไม่มีทางถูกเคลื่อนย้าย เช่นนั้นก็มีความเป็นไปได้เพียงประการเดียว…
เซียนพสุธาเยว่อิ่งแสดงอาการตกใจ หรือสุนัขตัวนี้จะเพิ่งทะลวงขั้นกลายเป็นสัตว์เทพไปหมาดๆ!
คุณพระ! ใครบอกข้าได้บ้างว่า เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นควรจัดการอย่างไร!
“อันหลิน เจ้าอย่าให้โจทย์ยากกับข้านะ มิเช่นนั้นคาบเรียนหน้าได้เห็นดีกันแน่!” เซียนพสุธาเยว่อิ่งจ้องชายหนุ่มที่กำลังขี่สุนัขเหาะเหินอย่างเบิกบานใจ รำพึงรำพันกับตัวเอง
นางเพิ่งพูดไปหยกๆ ก็เห็นสุนัขตัวนั้นพุ่งลงไปหานักเรียนคนหนึ่งบนผิวดินอย่างฮึกเหิม เห็นได้ชัดว่าจะเปิดศึกแล้ว!
เซียนพสุธาเยว่อิ่ง “…”
…
ข้าชื่อฉินเฟิง เป็นผู้แข็งแกร่งกายแห่งมรรคขั้นสิบของปีสองห้องหนึ่ง
ผลการรบในตอนนี้ของข้าคือเอาชนะนักเรียนกายแห่งมรรคขั้นสิบไปแล้วหกคน นักเรียนที่มีระดับต่ำกว่าข้าอีกยี่สิบกว่าคน
คร