ั้งนี้ ข้าคิดว่าข้ามีความหวังจะได้เข้าสู่หนึ่งในร้อยอันดับของอันดับเซียนแห่งสำนักแล้ว
ใช่แล้ว ขอแค่การต่อสู้อันสาแก่ใจอีกไม่กี่ครั้ง เป้าหมายของข้าก็จะสำเร็จ!
ฉินเฟิงมีความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม ชุดสีฟ้าโบกพลิ้ว มือถือกระบี่สีขาว ท่าทางดูน่าเกรงขาม
ขณะนั้นเอง ลมปราณที่แข็งแกร่งอย่างยิ่งก็พุ่งมาหาเขา
“แย่แล้ว ยอดฝีมือหล่อเลี้ยงวิญญาณมาแล้ว!” ฉินเฟิงตกใจ
แต่ไม่นานเขาก็สงบสติอารมณ์ เพราะนี่เป็นทั้งความท้าทายและโอกาส!
ได้สำแดงพลังทั้งหมดของเขาต่อหน้ายอดฝีมือระดับหล่อเลี้ยงวิญญาณได้อย่างเต็มที่ จากนั้นอดทนไม่กี่กระบวนท่าแล้วค่อยแพ้พ่าย
เช่นนั้นคะแนนที่อาจารย์ให้เขาจะสูงขึ้น โอกาสเข้าไปอยู่ในร้อยอันดับเซียนของสำนักจะสูงมากขึ้น!
“ผู้มาเยือนคือใคร ข้าฉินเฟิง ปีสองห้องหนึ่ง!”
ฉินเฟิงแหงนหน้ามองฟ้า ลมปราณอันแข็งแกร่งมาจากบนท้องนภา
“บัดซบ หมาตัวนั้นมันอะไรกัน!”
ฉินเฟิงเห็นสุนัขตัวใหญ่ที่เหาะเหินกลางอากาศ ชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นสีหน้าก็เปลี่ยนไป
ขณะนั้นเอง ผู้ชายที่นั่งบนหลังสุนัขก็ตะโกนลั่นว่า “ข้าอันหลิน ปีหนึ่งห้องหนึ่ง รุ่นพี่ฉินเฟิงขอฝากเนื้อฝากตัวด้วย!”
ฝากเนื้อฝากตัวงั้นหรือ
ฉินเฟิงเบิกตากว้างมองหนึ่งคนหนึ่งสุนัข ยังไม่ทันเข้าใจว่าเรื่องราวเป็นมาอย่างไร สุนัขที่พุ่งทะยานลงมา ก็ยกอุ้งเท้าขึ้นมาจะตะปบเขา
ฉินเฟิงสมกับเป็นผู้แข็งแกร่งที่ผ่านมาร้อยสมรภูมิรบ แม้การโจมตีของต้าไป๋จะปราดเปรียวเป