ด้อย่างไร ยอดฝีมือระดับหล่อเลี้ยงวิญญาณหรือ!
“ตรงนี้ ข้าอยู่นี่!” เสียงดังขึ้นข้างกายเขาอีกครั้ง
อันหลินกวาดสายตามองรอบๆ อย่างหวาดกลัว มีคนที่ไหนกัน “บัดซบ เจอผีงั้นเหรอ”
“ข้าอยู่ตรงนี้ เจ้าดูถูกสุนัขหรือไง โฮ่ง!”
อันหลินชะงักไป ก้มหน้ามองลงไป พบว่าต้าไป๋กำลังมองตัวเองอย่างมีชีวิตชีวา กระดิกหาง แลบลิ้น
“ต้าไป๋?” อันหลินลองถามหยั่งเชิง
“ข้าเอง โฮ่ง!” ต้าไป๋ยกมุมปากขึ้น เผยให้เห็นรอยยิ้มมีเลศนัย
ใครจะไปรู้ว่าอันหลินรู้สึกได้อย่างไรว่า รอยยิ้มของต้าไป๋นั้นมีเลศนัย อย่างไรเสียก็คือมีเลศนัยแบบที่สมจริงมาก
“ต้าไป๋ เจ้าพูดภาษามนุษย์ได้ เจ้ากลายเป็นภูตแล้ว!” อันหลินไม่อาจสงบจิตสงบใจได้ สุดท้ายก็ตะโกนลั่นขึ้นมา
“ถุย เป็นภูตบ้าบออะไรกัน ข้าทะลวงขั้นเข้าสู่ระดับหล่อเลี้ยงวิญญาณต่างหาก!” ต้าไป๋พูดเชิงเหยียดหยาม
ประโยคนี้น่าตะลึงยิ่งกว่าต้าไป๋ยอมรับว่าตัวเองเป็นภูตแล้วเสียอีก อันหลินได้ฟังก็ยืนเหม่อกับที่ทันที
ล้อกันเล่นหรือเปล่า!
ต้าไป๋ที่อ่อนแอยิ่งนัก ทะลวงขั้นเป็นยอดฝีมือระดับหล่อเลี้ยงวิญญาณงั้นหรือ
เมื่อเห็นความตกใจและความสงสัยของอันหลิน ต้าไป๋ก็พูดว่า “การทะลวงขั้นของเผ่าพันธุ์สัตว์ของเรา กับวิธีทะลวงขั้นของมนุษย์อย่างพวกเจ้าไม่ค่อยเหมือนกัน อย่างไรเสียน่าจะต้องขอบคุณเจ้า พันธนาการบางอย่างในตัวข้าถูกทำลาย จากนั้นก่อตัวเป็นขุมพลังสัตว์ เข้าสู่ระดับหล่อเลี้ยงวิญญาณได้สำเร็จ หากก่อตัวเป็นขุม