สียเถอะ!
ต่อไปเขาจะขี่หมาเหาะเหินเท่านั้น!
อันหลินมีความสุขมาก เขากำลังครุ่นคิดแล้วว่าต่อไปจะเลี้ยงสัตว์โบยบินอะไรดี…
จากนั้น เขาก็เกิดความคิดบางอย่างขึ้นในใจ ลูบหัวของต้าไป๋เบาๆ พูดเสียงอ่อนโยนว่า
“ต้าไป๋ เจ้ามาเป็นสัตว์เลี้ยงของข้าดีไหม”
ต้าไป๋ “…”
“อันหลิน เจ้าบ้าไปแล้วหรือ เจ้ามาเป็นสัตว์เลี้ยงของข้ายังพอว่า โฮ่ง!” ต้าไป๋เห่า
อันหลินได้ยินก็รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย บ่นอุบอิบว่า “จ้าวหวายหยินโชคดีเสียจริง มีต้าไป๋เป็นสัตว์เลี้ยงด้วย”
ต้าไป๋ฉีกยิ้ม “หา อย่างจ้าวหวายหยินคู่ควรจะเป็นนายข้าด้วยหรือ เขาเป็นแค่คนเก็บอึของข้าก็เท่านั้น โฮ่ง!”
“หา” อันหลินทำหน้าตะลึง ดูต้าไป๋พูดเข้าสิ มันทำให้เขาตกใจ
“เจ้ารู้จักสำนักสัตว์เทพไหม” ต้าไป๋พูด
อันหลินส่ายหน้า
“สำนักสัตว์เทพเป็นสำนักขนาดใหญ่ที่เผ่าพันธุ์สัตว์ของเราก่อตั้งในแคว้นจิ่วโจว สมาชิกในสำนักก็มีเผ่าพันธุ์สัตว์เป็นหลัก ในขณะที่สัตว์น้อยยังไม่กลายเป็นขุมพลังสัตว์ ส่วนใหญ่แล้วจะมีเจ้าหน้าที่ประจำตัว และจ้าวหวายหยิน ก็คือคนดูแลข้า เรียกกันทั่วไปว่าคนเก็บอึ โฮ่ง!”
ราวกับอันหลินได้ยินข้อมูลไม่ธรรมดาบางอย่าง “งั้นคนที่มาเล่าเรียนที่สำนักแห่งนี้ที่จริงแล้วคือ…”
“ถูกต้อง ข้านี่แหละ! ข้าสนใจสำนักแห่งนี้ จึงให้จ้าวหวายหยินพาข้ามา! ดูจากตอนนี้แล้วได้ประโยชน์ไม่น้อยเลย อย่างน้อยในความบังเอิญ ข้าก็ก่อตัวเป็นขุมพลังสัตว์ได้สำเร็จ โฮ่ง!”
พูดไปพูดมา ต้าไ