ุ่งหน้ามาที่จุดเกิดเหตุ บัดนี้เข้าสู่ช่วงท้ายของสงครามแล้ว
ชายสะบักสะบอมคนหนึ่งล้มลงไป เนื้อตัวเปล่งแสงทองคุ้มกัน ข้างกายเขามีสุนัขสีขาวอีกตัว
“จ้าวหวายหยิน!” เมื่ออันหลินเห็นเขา ก็เอ่ยปากด้วยสีหน้าตะลึง
คนที่ล้มลงไปคือจ้าวหวายหยินนั่นเอง แม้เขาจะถูกต่อยตีจนจำหน้าไม่ได้แล้ว แต่สุนัขข้างๆ เขาจำง่ายยิ่งนัก!
เมื่อจ้าวหวายหยินเห็นอันหลิน ก็ตกตะลึงไม่แพ้กัน เขาไม่คิดว่าอันหลินที่ถูกชายฉกรรจ์หลายคนปิดล้อม จะรอดพ้นจากวิกฤต! แถมยังอยู่รอดมาถึงวันที่สองอีกด้วย!
“อันหลิน เจ้าต้องอยู่ต่อไปนะ ศัตรูน่ากลัวนัก สหายคนนี้ช่วยเจ้าไม่ได้แล้ว!” จ้าวหวายหยินร่ำลาน้ำตาคลอเบ้า อันตรธานหายไปในแสงทอง
อันหลิน “…”
ภาพที่จ้าวหวายหยินวิ่งหนีฝุ่นตลบในวันนั้น จนตอนนี้ยังจำได้ติดตา
อันหลินรู้ว่า หากจ้าวหวายหยินยังมีชีวิตอยู่ เขาจะยังเป็นคนที่วิ่งเร็วที่สุดแน่นอนอยู่ดี
“โฮ่งๆ!” ต้าไป๋พุ่งออกไปหาชายฝั่งตรงข้ามอย่างโกรธแค้น
มันอ้าปาก กระโดดขึ้นสูง กระโจนใส่ผู้ชายคนนั้น
ในช่วงเวลาคับขัน ต้าไป๋ยังคงมีความภักดี เจ้านายถูกจัดการ สัตว์เลี้ยงจึงแก้แค้นเอาคืน!
จากนั้นมันก็ถูกชายคนนั้นเตะจนลอยโด่งร่วมร้อยหมี่ ร่างของมันลอยไปชนกับหินก้อนใหญ่ราวกับกระสุนปืนใหญ่ ก้อนหินแตกละเอียด
“หึ มีปัญญาแค่นี้ยังคิดจะฉวยโอกาสโจมตีข้า ต่อให้ข้าจะบาดเจ็บ ก็เป็นถึงคนที่มีกายแห่งมรรคขั้นสิบ!” ชายหนุ่มทำหน้าเย้ยหยัน ถ่มเลือดออกมา
อันหลินเพ่งมอ