ญญาณเท่านั้น ที่จะมีปัญญาขึ้นมาถึงยอดเขาแห่งนี้ได้
แต่อันหลินกลับรู้สึกถึงพลังกายแห่งมรรคขั้นแปด จากร่างกายของคนคนนั้น ถึงได้ถามเช่นนี้
หลิ่วเชียนฮ่วนส่ายหน้า พูดว่า “เขามีพลังยุทธ์แค่กายแห่งมรรคขั้นแปด น่าแปลก ข้ารู้สึกเหมือนเคยเห็นเขาที่ไหนมาก่อน…”
ขณะนั้นเอง ชายที่ทำสมาธิอยู่ตรงนั้นก็ลืมตาขึ้น มองมาทางอันหลินกับหลิ่วเชียนฮ่วน
รูปลักษณ์ภายนอกของเขาเหมือนชายหนุ่มอายุสิบสี่สิบห้า รูปโฉมงดงามอย่างยิ่ง ดวงตาสุกใสเป็นที่สุด
ชายหนุ่มลุกขึ้น ยกสองมือขึ้นเสมออก ก้มตัวคำนับอันหลินกับหลิ่วเชียนฮ่วน
อันหลินเห็นดังนั้นก็คำนับกลับ ไม่รู้เพราะเหตุใด เขาไม่รู้สึกถึงเจตนาร้ายจากชายหนุ่มคนตรงหน้านี้เลยแม้แต่นิด
สีหน้าของชายหนุ่มเรียบเฉย พูดเสียงอ่อนโยนว่า “พวกเจ้าอย่าทำร้ายข้าเลย ข้าจะไปเดี๋ยวนี้แหละ”
อันหลิน “…”
หลิ่วเชียนฮ่วน “…”
ต่อมา ชายหนุ่มก็ล้วงเชือกเส้นหนาหนึ่งมัดออกมา คล้องบนเสาสีขาวที่เขาใช้วิชาเซียนสร้างขึ้นมา
เสาปักลงดิน จากนั้นเขาก็จับเชือกแล้วค่อยๆ ไถลลงไป
อันหลินกับหลิ่วเชียนฮ่วนมองร่างที่จากไปอย่างไม่สะทกสะท้านของชายหนุ่ม ตกอยู่ในภวังค์ความเงียบ
“ข้ารู้สึกว่าเขาพิลึกยิ่งนัก” ผ่านไปครู่ใหญ่ อันหลินก็พูดขึ้นมา
หลิ่วเชียนฮ่วนพยักหน้าเห็นด้วย แค่กายแห่งมรรคขั้นแปดก็สามารถขึ้นมาทำสมาธิบนยอดเขาหินนิลดำได้ ก็นับว่าแปลกมากแล้ว
ใต้ยอดเขาหินนิลดำ ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองยอดเขาแวบหนึ่ง แล้วถอน