หายใจด้วยความเสียดาย “ซวยนัก ไม่ง่ายเลยกว่าจะหาสถานที่เงียบสงบเจอ…”
ขณะนั้นเอง หญิงสาวหน้าตาสะสวย มือถือกระบี่เปลวอัคคีคนหนึ่ง ก็ปรากฏตัวต่อหน้าเขา
“สวีเสี่ยวหลาน ปีหนึ่งห้องหนึ่ง ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วย!”
ชายหนุ่มชะงักก่อน จากนั้นก็ทำหน้าขมขื่น “เฉินเฉิน ปีห้าห้องหนึ่ง จะว่าไปศิษย์น้องสวีเสี่ยวหลาน เจ้าปล่อยข้าไปได้หรือไม่”
“ข้าจะเพิ่มค่าความดี ฉะนั้นต้องขออภัยด้วย ศิษย์พี่เฉินเฉิน”
หลังสวีเสี่ยวหลานพูดจบ ก็ยกกระบี่เปลวอัคคีฟันไปทางเฉินเฉินอย่างไม่ปราณี
แสงกระบี่เปลวเพลิงร้อนระอุพุ่งออกจากกระบี่ ประชิดตัวในพริบตา ฟันเฉินเฉินเป็นสองท่อนทันที
จากนั้น ร่างของเฉินเฉินที่ถูกฟังเป็นสองท่อนก็กลายเป็นไอหมอกสีขาว หายลับไปต่อหน้าต่อตานาง
สวีเสี่ยวหลานตกใจกับฉากตรงหน้าจนสะดุ้งโหยง ร่างกับกลิ่นอายของชายหนุ่มคนนั้นหายไปหมดสิ้น เสมือนไม่เคยปรากฏตัวมาก่อน
“น่าแปลก หรือจะเป็นคาถาหลบลี้อันวิเศษ” สวีเสี่ยวหลานทำหน้าสงสัย
ชายคนนั้นมีระดับพลังยุทธิ์แค่กายแห่งมรรคขั้นแปด แต่กลับหนีไปต่อหน้าต่อตานางได้อย่างไร้ร่องรอย มันไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย!
หลังยอดเขาที่ไกลออกไปจากสวีเสี่ยวหลานหนึ่งร้อยจั้ง มีไอหมอกปรากฏขึ้นกะทันหัน
จากนั้น ร่างของเฉินเฉินก็เดินออกมาจากไอหมอก
“เฮ้อ เสียพลังชีวิตไปเปล่าๆ ซวยยิ่งนัก…” เฉินเฉินทอดถอนหายใจ
เหนือเขตแดนขึ้นไป ชายชราคนหนึ่งนั่งอยู่บนน้ำเต้า กำลังหรี่ตามองชายหนุ่มข้างล่างอย่างฉ