งลำแสงกระบี่เมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้ อ่อนลงไปไม่น้อย
แต่หลี่เจิ้งหยางมั่นใจว่า การโจมตีนี้จัดการสวะอย่างอันหลิน มันมากเกินพอแล้ว!
อันหลินไม่อยากพูดอะไร ปล่อยหมัดสะเทือนขุนเขาใส่เขา
ภาพลวงตาของหมัดสีทอง พุ่งชนกับผ่าพิฆาตเปลวอัคคีด้วยอานุภาพอันมหาศาล
จากนั้น ท่ามกลางสายตาที่ไม่อยากจะเชื่อของหลี่เจิ้งหยาง ผ่าพิฆาตเปลวอัคคีก็ถูกหมัดสีทองจัดการจนแหลกละเอียด พุ่งไปโจมตีร่างกายของเขาในเวลาต่อมา
หลี่เจิ้งหยางถูกหมัดกระแทกจนตัวลอย พลังมหาศาลของกำปั้น ทำให้เขารู้สึกเหมือนกระดูกทั่วร่างแตกละเอียดแล้ว กระอักเลือดออกมาคำใหญ่ ล้มลงบนพื้นทันที
“เป็นไปได้อย่างไร เจ้าแข็งแกร่งขนาดนี้ได้อย่างไร…”
หลี่เจิ้งหยางมองอันหลินด้วยสายตาตกตะลึง ยอมรับความจริงข้อนี้ไม่ได้
อันหลินเองก็มองหมัดของตัวเองด้วยความตกใจเช่นกัน
แม้แต่ตัวเขาเองก็รู้สึกว่า ดูเหมือนอานุภาพของหมัดจะมากไปหน่อย
แต่ว่า อันหลินได้สติกลับมาอย่างรวดเร็ว เขารู้ว่าในเวลาแบบนี้ สิ่งที่ควรทำมีเพียงอย่างเดียว
เขาเอามือไพล่หลัง มองหลี่เจิ้งหยางนิ่งและพูดช้าๆ ว่า
“ที่แท้เจ้าก็มีปัญญาแค่นี้เองหรือทำข้าผิดหวังเหลือเกิน ช่างเป็นการต่อสู้ที่น่าเบื่อนัก!”
อันหลินจ้องหลี่เจิ้งหยาง ส่ายหน้าด้วยความเสียดาย พร้อมกับแสดงแววตาดูถูกเหยียดหยามออกมา
“เจ้า!…” หลี่เจิ้งหยางเลือดลมตีขึ้น กระอักเลือดออกมาอีกครั้ง
ม่านแสงคุ้มกันสีทองที่มาล้าช้า ก็ปรากฏขึ้นรอบตัวหลี่เจิ้