ิ้มก็ดังขึ้นข้างหลังอันหลิน
“เอ๊ะ เจ้าคืออันหลินสินะ”
อันหลินเหลียวมองอย่างเหม่อลอย จากนั้นก็เห็นหญิงสาวที่สวมชุดสีชมพู ท่าทางน่ารัก กำลังยิ้มกริ่มมองตัวเองอยู่
ขณะที่กำลังจะถูกชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งรังแก จู่ๆ ก็มีหญิงสาวรูปงามโผล่มา สำหรับอันหลิน เป็นความโล่งใจไปอีกแบบ
ไม่รอให้เขาพูด หญิงสาวน่ารักคนนั้นก็พยักหน้าโดยไม่สนใจคนอื่นแล้วพูดว่า “ตอนที่เห็นชุดของเจ้า ก็รู้สึกว่าคุ้นตามาก ตอนนี้เมื่อเห็นหน้าเจ้า ข้าก็มั่นใจแล้ว!”
พูดจบ หญิงสาวก็ล้วงกริชที่สะท้อนแสงเงาวับออกจากสาบเสื้อสีชมพู
“เซี่ยซือเหยา ปีหนึ่งห้องเก้า สหายอันหลิน ฝากเนื้อฝากตัวด้วย!”
อันหลินสูดจมูก รู้สึกอัดอั้นตันใจ
ที่แท้เขาไม่ได้เป็นที่รังเกียจแค่ของผู้ชายเท่านั้น แม้แต่ผู้หญิงก็อยากจัดการเขา…
เราไปทำเรื่องบ้าบอคอแตกอะไรไว้กันแน่ ทำไมเราถึงจำอะไรไม่ได้เลย หรือเราจะความจำเสื่อม!
นักเรียนสี่คนที่อันหลินไม่รู้จักเลยสักนิด กำลังเล็งอาวุธมาที่เขาพร้อมกับจิตสังหารอันเต็มเปี่ยม
ในช่วงเวลาคับขันแบบนี้ อันหลินนึกย้อนถึงคำพูดที่สวีเสี่ยวหลานเคยบอกเขา
‘ไม่ต้องห่วง นักเรียนที่ตายเพราะอุบัติเหตุในศึกแห่งมิตรภาพทุกปี ไม่เคยเกินสิบคนหรอก’
บางที เขาอาจจะเป็นผู้โชคดีในบรรดา ‘นักเรียนไม่เกินสิบคน’ ก็ได้
ขณะที่อันหลินกำลังสิ้นหวังอย่างยิ่ง ก็มีเสียงดังขึ้นอีกครั้ง
“เอ๊ะ เจ้าคืออันหลินใช่ไหม”
อันหลิน “…”
………………………………………