ืด “เว้นเสียแต่คู่ต่อสู้ขั้นแปดคนนั้นจะปัญญาอ่อน!”
“แทงใจดำแล้ว พี่สาว…” อันหลินโอดครวญ
“นี่ เกี่ยวอะไรกับเจ้าน่ะ ทำไมพอได้ฟังข้าพูด เจ้าถึงได้หมดอาลัยตายอย่างนี้ล่ะ”
สวีเสี่ยวหลานเห็นอารมณ์ของอันหลินแปรปรวนราวกับงิ้วเปลี่ยนหน้า ก็สะดุ้งโหยงอย่างอดไม่ได้
อันหลินถอนหายใจ “บอกเจ้าตามตรงก็แล้วกัน ข้าบรรลุระดับกายแห่งมรรคขั้นเจ็ดแล้ว ตอนนี้เพราะเหตุผลจำเป็นบางอย่าง ข้าอยากเอาชนะคู่ต่อสู้ที่มีระดับสูงกว่าข้า”
เมื่อได้ฟังคำพูดของอันหลิน ดวงตาสุกใสของสวีเสี่ยวหลานก็เบิกกว้าง ราวกับได้ยินเรื่องที่น่าเหลือเชื่อ
“นี่ โกหกไม่ดีนะ ข้าไม่รู้สึกถึงคลื่นพลังบนตัวเจ้าเลย”
สวีเสี่ยวหลานได้สติ พบปัญหาทันที
ได้ยินดังนั้น อันหลินก็ปล่อยพลังงานในตัวออกมา พลังของร่างกายก็เริ่มไต่ระดับอย่างต่อเนื่อง สุดท้ายก็บรรลุจุดสูงสุด
เมื่อเห็นฉากนี้ สวีเสี่ยวหลานก็ปิดปาก ปิดบังความตกตะลึงบนใบหน้าไม่มิดอีกต่อไป พูดอู้อี้ว่า “โอ้สวรรค์ กายแห่งมรรคขั้นเจ็ดจริงๆ ด้วย! จากกายแห่งมรรคขั้นศูนย์ถึงขั้นเจ็ด เวลาไม่ถึงสี่เดือนด้วยซ้ำ เจ้าทำได้อย่างไร!”
สวีเสี่ยวหลานออกอาการตื่นเต้น ราวกับพบเจอเรื่องบางอย่างที่ทำให้นางไม่อาจเข้าใจได้
“หากข้าบอกว่า ข้าทำสำเร็จเพราะวิดพื้นกับกินหินวิญญาณ เจ้าเชื่อหรือเปล่า” อันหลินพูด
“เจ้ากำลังล้อข้าเล่นหรือ” สวีเสี่ยวหลานกลอกตาใส่เขา จากนั้นก็ตวาดว่า “บอกมาตามตรง!”
อันหลินยิ้มกริ่ม สะบัดเส้นผ