มสลวย “บอกความจริงกับเจ้าก็ได้ นั่นเป็นเพราะข้ามีปัญญาน่าตะลึง พรสวรรค์สูงส่ง เป็นอัจฉริยะที่หมื่นปีจะพบสักคน”
หลังอันหลินคุยโวโอ้อวดแล้ว ตอนแรกคิดว่าจะถูกสวีเสี่ยวหลานเยาะเย้ย
ไม่คิดว่านางกลับพยักหน้าอย่างเห็นด้วย “ต้องอย่างนี้สิ ข้าว่าแล้วเชียวคนไม่เอาไหนจะมีจดหมายรับรองของผู้เที่ยงแท้ได้อย่างไร ต้องมีความสามารถแน่นอน”
“นี่! พูดว่าไม่เอาไหนต่อหน้าข้า ไม่คำนึงถึงความรู้สึกของข้าหน่อยหรือ” อันหลินถูกทำร้ายจิตใจครั้งแล้วครั้งเล่า เพราะนิสัยปากไม่มีหูรูดของสวีเสี่ยวหลาน
“ความหมายของคำพูดข้าเมื่อครู่นี้ ก็ปฏิเสธไปแล้วว่าเจ้าไม่ใช่คนไม่เอาไหน”
สวีเสี่ยวหลานยิ้มหวานให้อันหลิน จนดวงตาเป็นเสี้ยวพระจันทร์ แลดูน่ารักเป็นพิเศษ
เมื่อเห็นรอยยิ้มงดงามปานบุปผาของสวีเสี่ยวหลานแล้ว อารมณ์โมโหของอันหลินก็หายวับไปทันที
เขาเองก็รู้สึกจนใจกับสิ่งนี้เช่นกัน ทำได้แค่รำพันว่ารอยยิ้มของผู้หญิง เป็นป้ายทองเว้นตายชัดๆ
เอ๊ะ จริงสิ! คนกันเองคุยกันได้…
เราขอให้เธอช่วยเหลือ ให้เธอเป็นคู่ต่อสู้ของเราได้นี่นา!
จู่ๆ อันหลินก็นึกอะไรขึ้นมาได้ เจอทางออกของภารกิจนี้แล้ว
“เสี่ยวหลาน ช่วยอะไรข้าอย่างได้ไหม” นัยน์ตาของอันหลินเป็นประกายแวววับ พูดพร้อมกับทำหน้าอ้อนวอน
“ช่วยอะไร”
สวีเสี่ยวหลานเห็นใบหน้าของอันหลิน ก็อดพูดด้วยความระแวงไม่ได้
“เจ้าเป็นศัตรู มาสู้กับข้าหน่อย จากนั้นแพ้ให้ข้า”
อันหลินก็ไม่อมพะนำแล้ว โพล่งออกไปโ