เมื่ออันหลินฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือใบหน้าขาวเนียนไร้มลทินดุจผิวหยกของสวีเสี่ยวหลาน
นางชะโงกเข้ามาใกล้มาก กะพริบตาปริบๆ ราวกับกำลังตรวจสอบอะไรบางอย่าง
“บนหน้าข้ามีอะไรอยู่งั้นหรือ” อันหลินถามอย่างอ่อนแรง
สวีเสี่ยวหลานยิ้มบางๆ “มีสิ”
นางยื่นนิ้วงามเรียวยาว แตะที่ปลายจมูกของอันหลินเบาๆ
ท่าทางใกล้ชิดแบบนี้ ทำให้อันหลินรู้สึกเขินนิดหน่อย หน้าแดงก่ำพูดว่า “ฉวยโอกาสแต๊ะอั๋งข้า ตอนที่ข้าอ่อนเพลีย ไม่ค่อยดีหรอกมั้ง…”
แควก
“โอ๊ย…เจ็บ!”
อันหลินกุมจมูก ตะโกนดังลั่น จากนั้นเขาก็เห็นแผ่นยันต์เล็กๆ ในมือของสวีเสี่ยวหลาน
“นี่เป็นยันต์หยุดเลือด เห็นเลือดกำเดาเจ้าหยุดไหลแล้ว ข้าก็เลยดึงออกมาน่ะสิ”
สายตาที่สวีเสี่ยวหลานมองอันหลิน มีความยั่วเย้าเสี้ยวหนึ่งแฝงอยู่
จากนั้น นางก็พูดต่อว่า “อันหลิน เพิ่งเป็นตัวแทนประจำวิชาวันแรก ก็อุทิศตัวเอง ถวายชีวิต พยายามจนเลือดกำเดากระฉูดหมดสติไป เจ้านี่มันจริงๆ เลย”
อันหลินลูบจมูกอย่างเก้อเขิน
คำพูดของสวีเสี่ยวหลาน ทำเขาต่อบทสนทนาไม่ได้
“อ้อ จริงสิ ซูเฉี่ยนอวิ๋นล่ะ”
“นางน่ะหรือ หลังอาจารย์หลิวบอกว่าเจ้าไม่เป็นอะไรมาก ก็กลับไปแล้ว เจ้าไม่รู้หรอกว่า ตอนที่นางรู้สาเหตุที่แท้จริงที่เจ้าหมดสติจากปากอาจารย์หลิว อากัปกิริยาแบบนั้น ไม่ง่ายเลยกว่าจะมีโอกาสทำให้เทพีอันดับหนึ่งของสำนักเราเกิดความรู้สึกไม่ดี เกรงว่าคราวนี้เจ้าจะคว้าน้ำเหลวแล้ว”
สวีเสี่ยวหลานม