าไปยังห้องพักของเซวียนหยวนเฉิง
อันหลินไม่รู้ว่าสิ่งที่เซวียนหยวนเฉิงพูดเป็นเรื่องจริงหรือไม่ บอกตามตรงการไปครั้งนี้เขากดดันไม่น้อยเลย
แต่เพื่อการบำเพ็ญเพียรแล้ว เขายอมทุ่มสุดตัว
อันหลินเคาะประตูห้องเซวียนหยวนเฉิงด้วยใจที่ตุ้มๆ ต่อมๆ
ประตูห้องเปิดออก เขาเห็นเซวียนหยวนเฉิงที่สวมชุดโบราณปักดิ้นทอง
เมื่อเห็นคนที่ยืนอยู่ข้างนอกเป็นอันหลิน ใบหน้าของเซวียนหยวนเฉิงก็ฉายรอยยิ้มอ่อนโยน
“ไม่ทราบว่าสหายอันหลินมาหาดึกดื่น มีเรื่องอะไรหรือ”
วาจาและอากัปกิริยาของเซวียนหยวนเฉิงลุ่มลึกเหมาะสม ทำให้ความตึงเครียดในใจอันหลินลดลงไม่น้อยเลย
“หัวหน้า ก่อนหน้านี้เจ้าเคยบอกข้าว่า หากมีปัญหายามบำเพ็ญเพียร มาขอความช่วยเหลือเจ้าได้ เป็นเรื่องจริงหรือเปล่า” อันหลินเอ่ยปากถาม
“จริงแท้แน่นอน สหายอันหลินมีปัญหาอะไรหรือ มา เข้ามาคุยข้างใน” เซวียนหยวนเฉิงกวักมือบ่งบอกให้อันหลินเข้ามา
อันหลินโบกมือเป็นพัลวัน พูดอย่างเกรงอกเกรงใจว่า “ไม่ต้องลำบากขนาดนั้นหรอก ที่จริงข้าแค่อยากยืมหินวิญญาณกับเจ้าสิบก้อน หากวันหน้าข้ามีหินวิญญาณ ค่อยคืนให้เจ้า”
“เรื่องแค่นี้เองหรือ” เซวียนหยวนเฉิงยิ้มจางๆ ล้วงหินวิญญาณออกจากแหวนมิติ และไม่ถามว่าอันหลินเอาหินวิญญาณไปทำอะไร โยนให้เขาทันที
“ข้าไม่มีเงินย่อย นี่เป็นหินวิญญาณห้าร้อยก้อน ยกให้เจ้าหมดเลย ไม่ต้องคืน”
“นี่มัน…”
อันหลินกอดหินวิญญาณหนักอึ้งไว้ งุนงงเล็กน้อย
เซวียนหยวนเฉิงยิ้มสบายๆ