ลิวต้าเป่าจึงกลายเป็นเพื่อนที่ไม่ตีไม่รู้จักกัน
เมื่อหลิวต้าเป่าค่อยๆ เดินออกไปไกล รอบกายก็กลับสู่ความสงบอีกครั้ง
อันหลินทอดสายตามองไกล เห็นอาทิตย์อัสดงจวนจะลาลับขอบฟ้า เมฆสีเหลืองทองลอยล่องรอบรั้วสำนัก แปรเปลี่ยนเป็นสลัวยิ่งขึ้น
นกกระเรียนหลายตัวโบยบินกลางนภา มีเสียงนกร้องดังแว่วๆ บ่อยครั้ง
เขายืนอยู่บนเนินของรั้วสำนัก ทอดมองทัศนียภาพอันไกลโพ้นอย่างเหม่อลอย
แสงอาทิตย์อัสดงสาดกระทบตัวเขา ฉาบร่างกายของเขาด้วยสีเหลืองอ่อน ประหนึ่งม้วนภาพวาดเก่าแก่
“อืม…สายมากแล้ว คิดว่าคาบเรียนวันนี้ใกล้จะจบแล้ว เราค่อยไปเรียนพรุ่งนี้แล้วกัน” ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน กว่าอันหลินจะตื่นขึ้นจากภวังค์ รำพันเสียงเบา
สำนักความร่วมมือบำเพ็ญเซียนสร้างอยู่บนแผ่นดินที่ลอยอยู่กลางอากาศ ทุกครั้งที่เลิกเรียน เขาจะมองเห็นทิวทัศน์งดงามของตะวันที่ตกลงไปในทะเลหมอก ม่านเมฆส่องแสงหลากสีสัน
ได้ยินว่า ในเวลาพิเศษบางครั้ง จะสามารถมองเห็นทัศนียภาพอันตระการตาของเมฆเจ็ดสีในรั้วสำนักได้อีกด้วย
แต่อันหลินเพิ่งมาได้ไม่นาน ยังไม่มีวาสนาได้เห็นภาพที่วิเศษแบบนั้น
ทว่าแม้จะเป็นทิวทัศน์ยามสายัณห์แสนธรรมดา ก็งดงามเหนือคำบรรยาย ทุกครั้งที่เขาเห็น ในใจก็รู้สึกทึ่งอยู่เสมอ
พอกลับมาถึงที่พัก อันหลินก็เริ่มนั่งสมาธิบำเพ็ญเพียรทันที
กับเรื่องบำเพ็ญเพียร เขาไม่เคยเกียจคร้านเลยแม้แต่วินาทีเดียว
เขาไม่รู้ว่าตัวเองจะบรรลุกายแห่งมรรคขั้นสี่เมื่