อไหร่ อาจเป็นพรุ่งนี้ อีกสิบปีข้างหน้า หรืออาจจะไม่มีทางบรรลุกายแห่งมรรคขั้นสี่ทั้งชีวิตนี้เลยก็ได้
แม้หนทางข้างหน้าจะเลือนราง มองไม่เห็นว่าตัวเองจะเดินไปได้ไกลแค่ไหน
อันหลินก็ไม่มีความคิดจะถอดใจแม้แต่นิด เพราะโลกใบนี้สวยงามมากไม่ใช่หรือไง
ปรารถนาอยากเห็นทัศนียภาพที่คนธรรมดาไม่มีทางได้เห็น อยากพบเจอคนที่น่าสนใจมากขึ้น อยากก้าวเข้าสู่เส้นทางของการบำเพ็ญเซียนอย่างแท้จริง เช่นนั้นแม้ความสำเร็จจะมีความเป็นไปได้แค่หนึ่งในหมื่น ตัวเองก็ต้องลองพยายามดูสักตั้ง!
ราตรีนี้ ไม่รู้เพราะเหตุใด อันหลินรู้สึกว่าตอนที่ตัวเองบำเพ็ญเพียร การเพิ่มขึ้นของพลังยุทธ์เร็วกว่าที่ผ่านมาเล็กน้อย
รุ่งเช้าของวันต่อมา อันหลินเคาะประตูห้องสวีเสี่ยวหลาน
“อันหลิน เจ้าถูกปล่อยออกมาสักที!” สวีเสี่ยวหลานเปิดประตู พอเห็นว่าเป็นอันหลิน นางที่กำลังสะลึมสะลือ นัยน์ตาก็เป็นประกายขึ้นมา
อันหลินเป็นเพื่อนคนแรกที่สวีเสี่ยวหลานเจอเมื่อเข้ามาฝึกตนที่สำนักความร่วมมือบำเพ็ญเซียน และเป็นคนที่เข้ากันได้ที่สุดด้วย
สองสามวันที่อันหลินถูกส่งตัวไป นางรู้สึกไม่ชินอยู่บ้าง
“ไป ไปเรียนกันเถอะ” อันหลินทักทายด้วยรอยยิ้ม
“เจ้ารอเดี๋ยว ข้าขอเปลี่ยนชุดก่อน” อันหลินยังไม่ทันได้พูดต่อ สวีเสี่ยวหลานก็ปิดประตูดังปัง
พอสวีเสี่ยวหลานออกมาหลังเปลี่ยนชุดแล้ว อันหลินก็ตะลึงงัน จ้องการแต่งตัวของนางไม่วางตา
“เจ้า…เจ้าไปเอาชุดเจ้าหญิงนี่มาจากไหน!” อันหลิน