่คนเดียวก็ไม่เป็นไรหรอก เจ้าลองดูว่าถูกแม่เสือสาวหลายสิบตัวรุมสกรัมในเวลาเดียวกันนั้นรู้สึกอย่างไร ข้าเชื่อว่าเจ้าไม่มีทางรู้สึกสุขใจได้แน่ๆ…
บอกพวกเจ้าตามตรง ตอนนั้นข้าถูกรุมสกรัมจนเกือบคิดว่าข้าหมดซึ่งสมรรถภาพในการสืบพันธุ์แล้ว…
แต่ว่า…
ข้าไม่นึกเสียใจ อุดมการณ์อันสูงส่งยังไม่บรรลุผล ข้าจะกลับมาอีกแน่!” ชายคนนั้นพูดอย่างมุ่งมั่น
เมื่อได้ยินประโยคนี้ อันหลินกับหลิวต้าเป่าต่างก็สะดุ้ง รู้สึกเลื่อมใสศรัทธา
อันหลินยกมือคารวะพลางถามว่า “ความกล้าหาญและสติปัญญาในการวางแผนของใต้เท้าทำให้ข้านับถือ ขอบังอาจถามว่าท่านชื่อแซ่อะไร”
“จ้าวหวายหยิน ห้องยี่สิบห้า” ชายคนนั้นพูดอย่างเคร่งขรึม
“อันหลิน ห้องหนึ่ง” อันหลินเองก็พูดแนะนำตัวด้วยเช่นกัน
“หลิวต้าเป่า ห้องหนึ่งร้อย!” หลิวต้าเป่าพูดอย่างลิงโลด
“โฮ่งๆ!” ต้าไป๋เห่า
หลังสามคนหนึ่งสุนัขแนะนำตัวกันแล้ว ต่างก็มองหน้ากันยิ้มๆ ให้ความรู้สึกเหมือนสาบานเป็นพี่น้อง
“ที่แท้เจ้าก็คืออันหลินผู้ที่มีฉายาว่า ‘เด็กเส้นที่เส้นใหญ่ที่สุด’ ของสำนักเราเองหรือ ได้ยินชื่อมานานแล้ว!” จ้าวหวายหยินพูดด้วยความตกใจเล็กน้อย จากนั้นเขาก็มองหลิวต้าเป่า “ส่วนเจ้าก็คือหลิวต้าเป่า บุตรแห่งเซียนสวรรค์อวี้ติ่งนี่เอง ชื่อของเจ้าข้าก็ได้ยินมานานแล้วเช่นกัน ดีใจที่ได้พบ!”
“พี่หยิน ได้พบเจ้าต่างหากที่เป็นบุญวาสนาของข้า ต่อไปขอฝากเนื้อฝากตัวด้วย!” หลิวต้าเป่ามองจ้าวหวายหยินด้วยสายต