อันหลินกับหลิวต้าเป่าเปิดฉากโจมตีแทบจะพร้อมกัน
พวกเขาเคลื่อนไหวปานสายลม พุ่งใส่กันอย่างรวดเร็ว
จุดเร้าใจของการต่อสู้ปะทุในพริบตา ทั้งคู่ใช้พลังที่แข็งแกร่งที่สุดตั้งแต่เปิดศึก!
ตึกๆ…เพี๊ยะๆ…ปึกปัก…ฟึ่บฟั่บ….
หลังประมืออย่างดุเดือดอยู่ครู่หนึ่ง ทั้งสองก็หอบหายใจแยกจากกัน ต่างหยั่งเชิงด้วยความตึงเครียด
“เจ้าไม่เลว!”
“หึ…เจ้าก็ใช้ได้!”
“งั้นก็ ลุยต่อเถอะ!”
“ได้เลย!”
ด้วยเหตุนี้ทั้งคู่จึงพุ่งเข้าหากัน รัวหมัดใส่กัน…
ตึกๆ…เพี๊ยะๆ…ปึกปัก…ฟึ่บฟั่บ….
นักเรียนอัจฉริยะหลายร้อยคนจากทั่วทุกมุมของแคว้นจิ่วโจว ต่างก็มองฉากที่ทั้งสองโรมรันกันอย่างตะลึงงันอยู่นาน ไม่อาจหลุดจากภวังค์ได้
“สวรรค์ ข้าทำอะไรผิด ทำไมต้องให้ข้ามาเห็นสิ่งนี้ด้วย” มีนักเรียนใหม่พูดอย่างสิ้นหวัง
“ความสามารถแบบนี้อยู่ห้องหนึ่งจริงหรือ”
“ที่แท้ข่าวลือทั้งหลายของอันหลินเป็นความจริง เขาเป็นคนที่เส้นใหญ่ที่สุดจริงๆ…”
ผู้หญิงน่ารักคนหนึ่งมีน้ำตารื้นชื้น เมื่อเห็นอันหลินผู้งามสง่า กลับใช้ท่วงท่าที่ป่าเถื่อนแบบนี้ รู้สึกเหมือนความฝันถูกทำลาย
สวีเสี่ยวหลานนึกเสียดาย นางมองอันหลินที่กำลังต่อสู้อยู่ รู้สึกแค่ว่าตาบอดไปแล้ว พึมพำอย่างอดไม่ได้ว่า “ข้าบ้าไปแล้วจริงๆ ถึงได้ตกลงว่าจะมาให้กำลังใจเจ้าที่นี่”
ปฏิกิริยาของผู้คนรอบข้างรุนแรงขึ้นทุกที สวีเสี่ยวหลานดีใจที่ตัวเองไม่ตะโกนประโยคนั้นออกมา
นางเช็ดเหงื่อที่ผุดขึ้นตรงหน้าผาก มองอันหลินท