วไว้ แต่ก็มีพวกไม่เอาไหนบางส่วนที่ใช้เส้นสายเข้ามา พวกเขาเข้ามาที่นี่ เพื่อใบประกาศสำเร็จการศึกษาก็เท่านั้น เพื่อจะได้โอ้อวดว่าตัวเองก็เป็นนักเรียนดีเด่นเหมือนกัน” สวีเสี่ยวหลานพูดอย่างไม่ยี่หระ
ฟังถึงตรงนี้ ในใจอันหลินมีความหวังขึ้นมาแล้ว “งั้นพลังยุทธ์ของหัวหน้าห้องพวกเขาสูงแค่ไหน”
“เรื่องนี้พูดยาก คิดว่าหัวหน้าห้องทองเคลือบคงไม่ได้ตำแหน่งเพราะพลังยุทธ์ น่าจะเส้นใครใหญ่ คนนั้นก็ได้ตำแหน่งไปล่ะมั้ง
ข้าคิดว่าพลังยุทธ์ของเขาคงจะอยู่ราวๆ กายแห่งมรรคขั้นสองถึงสี่ คนที่บำเพ็ญเพียรไม่เป็นเลยสักนิด สำนักของเราคงจะไม่รับหรอก” สวีเสี่ยวหลานตอบ
มุมปากของอันหลินกระตุก ศึกนี้เป็นการประลองระหว่างเด็กเส้นที่เส้นใหญ่ที่สุดของสำนักความร่วมมือบำเพ็ญเซียนกับเด็กเส้นที่เส้นใหญ่ที่สุดของห้องหนึ่งร้อยงั้นหรือ
“จะว่าไปเจ้าถามเรื่องนี้ทำไม” สวีเสี่ยวหลานถามอย่างสงสัย
เมื่อรู้พลังยุทธ์ของหลิวต้าเป่าคร่าวๆ แล้ว อันหลินก็ใจกล้า ความกล้าอันฮึกเหิมก็ลุกโชนขึ้นในใจของเขา
“สวีเสี่ยวหลาน หลังเลิกเรียนอย่าเพิ่งไปไหน คอยดูว่าข้าจะเหยียบหัวหน้าห้องหนึ่งร้อยไว้ใต้ฝ่าเท้ายังไง!”
…
เวลาผ่านไปไวเหลือเกิน ในที่สุดอันหลินก็ต้องเผชิญหน้ากับช่วงเวลาพิสูจน์ตัวเองโดยไม่รู้ตัว
บริเวณแปลงดอกไม้หน้าอาคารเรียน มีคนสองคนยืนอยู่ตรงพื้นที่โล่งกว้าง
นักเรียนใหม่หลายร้อยคนห้อมล้อมรอบทิศ พวกเขามาจากแต่ละห้อง ต่างก็ได้ข่าวจากหลิวต้าเป