ปรมาจารย์หวินฉีพยายามปิดกั้นอาการแตกตื่นให้จมหายลงไป พวกเขาทั้งสองนั้นมีความแค้นต่อกันมาหลายสิบปีแล้ว และไม่คิดว่าหลายปีที่ผ่านมา เว่ยชางจะมีพลังที่ก้าวหน้าไปมากถึงเพียงนี้ แม้ช่วงเวลาเพียงสั้นๆ ก็ทำให้เขาไม่อาจที่จะทลายผนึกของเว่ยชางไปได้
“เฒ่าเสเพล เจ้าสิที่ต้องตาย”
เสียงเยาะเย้ยดังออกมาจากริมฝีปากของของหลงเฉิน
เมื่อพบว่าหว่างซานกำลังฟาดฝ่ามือเข้ามา หลงเฉินก็ได้สูดลมหายใจเข้าลึกฟอดหนึ่ง ภายในร่างเริ่มไหลเวียนพลังขึ้นมาถึงขีดสุด พลังที่ใช้สำหรับหนุนนำเพลิงปราณก็ไม่หลงเหลือเอาไว้ ประดุจปล่องภูเขาไฟที่มีเพลิงเหลวปะทุออกมาอย่างบ้าคลั่ง
“ฝ่ามือเมฆาเพลิง”
ทั่วทั้งร่างของหลงเฉินถูกสลายเปลวเพลิงหายวับไปจนสิ้น แต่ถูกชักนำไปรวมเอาไว้บนใจกลางของฝ่ามือ เมื่อเปลวเพลิงสีเหลืองเข้มได้ผนวกเข้ากับการก่อรวมพลังในระดับสูงก็ได้กลายเป็นสีแดงเข้มของสายโลหิตขึ้นมาสายหนึ่ง
“ตูม”
ผู้คนทั้งหมดต่างกุมมือไปยังปากที่กำลังอ้าค้างอยู่ ฝ่ามือของหลงเฉินได้ฟาดไปที่กรงเล็บอันแหลมคมของหว่างซานจนพลังกระทบกันจนเกิดการสะเทือนเลือนลั่นไปทั่วทั้งฟ้าดิน เปลวเพลิงบางส่วนลอยระบำไปมาพร้อมกับไอร้อนของพลังที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ