หว่างซานในเวลานี้ไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นมนุษย์อีกต่อไป เขาคล้ายกับสัตว์ร้ายกาจในตำนานที่โผล่มาผิดยุคสมัย ตลอดทั่วทั้งร่างนั้นปะทุรังสีอำมหิตขึ้นมาอย่างหนาแน่น
สัตว์ร้ายที่ปรากฏตัวขึ้นนี้ได้ทำให้ปรมาจารย์หวินฉีที่กำลังนั่งอยู่ในปะรำพิธี ชักสีหน้าเป็นกังวลใจอย่างถึงที่สุด ด้วยประสบการณ์ของเขาแล้วสิ่งนั้นเป็นกระบวนท่าที่แสนอำมหิตที่สุดเท่าที่เคยมีมา
ฉู่เหยาที่นั่งอยู่ข้างปรมาจารย์หวินฉีก็ตกใจไม่น้อยเมื่อสังเกตเห็นสีหน้าของปรมาจารย์หวินฉี นางจึงถามกลับออกไปอย่างรีบเร่งว่า “ท่านปรมาจารย์ นั่นมันอะไรกัน หว่างซานผู้นั้นเป็นมนุษย์หรือสัตว์ประหลาดกัน?”
ปรมาจารย์หวินฉีหันใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเคร่งเครียดมาทางฉู่เหยา แล้วตอบกลับไปว่า “เกรงว่าหว่างซานผู้นั้นจะมีที่มาที่ไม่ธรรมดา เรียกว่าเป็นอมนุษย์ผู้หนึ่ง มือที่มีขนเพิ่มขึ้นมาและกลายร่างเป็นสัตว์เช่นนี้ได้จะทำให้พลังการต่อสู้ของเขานั้นเพิ่มสูงขึ้นจนน่าหวาดหวั่นเลยทีเดียว”