หลงเฉินตื่นตกใจขึ้นมายกใหญ่พลางหันตัวกลับมาเพื่อคว้าแขนของซือเฟิงเอาไว้ แต่ก็ไม่ทันการณ์เสียแล้ว ด้วยความว่องไวของซือเฟิงที่พุ่งตัวออกไปอย่างรวดเร็ว บัดนี้เขาก็ได้ทะยานขึ้นไปสู่เวทีประลองนั้นไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
“หว่างซาน เจ้าอยากปากแตกหรืออย่างไรกัน หลงเฉินไม่ใช่ผู้ที่คู่ควรให้เจ้ามาดูแคลนได้เช่นนี้” ซือเฟิงชี้นิ้วไปทางหว่างซานแล้วด่าออกมาอย่างเหลืออด
เมื่อหว่างซานเห็นซือเฟิงมายืนอยู่เบื้องหน้าของเขาที่กลางเวที ดวงตาคู่นั้นก็ได้ทอเป็นประกายความชั่วร้ายขึ้นมา ที่มุมปากก็ปรากฏรอยยิ้มเหยียดขึ้น “ถึงแม้เจ้าจะได้เป็นนักสู้อันดับหนึ่งของจักรวรรดิเมื่อครู่นี้ แต่ว่าเจ้าคงไม่อาจทนรับสิบกระบวนท่าของข้าได้หรอก ลงไปเสียเถิด อย่าให้เป็นที่ขายหน้าเลย”
“บังอาจเกินไปแล้ว”
“น่ารังเกียจนัก”
“ซือเฟิง จัดการเขาให้หมอบไปเลย”
ซือเฟิงที่เพิ่งจะได้รับตำแหน่งนักสู้อันดับหนึ่งก็ยังเกิดความห้าวหาญอยู่จนถึงตอนนี้ ผู้คนมากมายต่างก็ยอมรับในความแข็งแกร่งของเขา แต่จักรวรรดิต้าเซี่ยกลับดูแคลนเขาถึงเพียงนี้ก็เหมือนกับกำลังดูแคลนผู้คนในจักรวรรดิเฟิงหมิงด้วยเช่นกัน
“ซือเฟิง ลงมาได้แล้ว” หลงเฉินตะโกนเรียกเขาจากขอบเวที