ทันใดนั้นเองหลงเฉินก็ได้สัมผัสถึงกลุ่มพลังบางอย่างที่ถูกแผ่ออกมาจากบริเวณหนึ่งของจุดชมการต่อสู้ เขาหันไปมองยังทิศทางนั้นพลันสายตาก็ได้ประสานเข้ากับสายตาคู่งามของฉู่เหยาที่กำลังจ้องมองมาพอดี
หลงเฉินยิ้มให้ฉู่เหยาที่กำลังมีใบหน้าสีแดงก่ำขึ้นมา ต่างฝ่ายต่างรีบก้มศีรษะลงเพื่อหลบหลีกสายตาของอีกฝ่าย ดวงตาของนางช่างงดงามเสียยิ่งกว่าสิ่งใดในโลกหล้า
ทว่าความบังเอิญของสายตาของทั้งคู่กลับฉายขึ้นมาในดวงตาของชายผู้หนึ่งที่เห็นมาตั้งแต่แรกเริ่ม
เซี่ยฉางเฟิงมีอาการชาซ่านขึ้นมาทั้งใบหน้า เขาเค้นเสียงทุ้มต่ำออกมาจากลำคอแล้วถามไปทางด้านหลังว่า “ที่ให้เจ้าไปทดสอบความตื้นลึกของมันนั้นได้ความเป็นเช่นไร? พอจะรู้อะไรเกี่ยวกับมันบ้าง?”
“เรียนนายท่าน ผู้น้อยได้ตรวจสอบมาแล้วพบว่าเจ้าหนูผู้นั้นมีพลังการฝึกยุทธ์ที่แสนจะประหลาดพิสดาร อีกทั้งยังไม่แสดงพลังที่แท้จริงออกมาแต่อย่างใด แต่ดูจากพลังการต่อสู้แล้วจัดอยู่ในระดับพลังขั้นก่อโลหิตขั้นต่ำเท่านั้น” คนผู้นั้นกล่าวตอบกลับด้วยเสียงอันแผ่วเบา