ฮูหยินหลงมองดูบุตรชายราวกับว่าเขาเติบใหญ่ขึ้นมากภายในชั่วข้ามคืน คล้ายกับเห็นเงาของสามีซ้อนทับอยู่ ฮูหยินหลงก็อดไม่ได้ที่จะปลาบปลื้มจนหลั่งน้ำตาออกมา
“เด็กดี ข้าไม่ถามเจ้าก็ได้ จะเชื่อใจเจ้า”
หลงเฉินรีบปาดน้ำตาให้แก่มารดา เขายิ้มให้นางอย่างอบอุ่น “มารดา ข้าเติบใหญ่ขึ้นแล้ว ท่านสมควรที่จะดีใจจึงจะถูกต้อง วันนี้ข้าได้เตรียมของขวัญชิ้นหนึ่งมาให้ท่านด้วย”
เมื่อกล่าวจบ หลงเฉินก็ได้ลูบไปที่แหวนมิติ บนฝ่ามือปรากฏแผ่นป้ายหยกชิ้นหนึ่ง ทันใดนั้นเอง
ฮูหยินหลงก็รีบตัดบทด้วยความตกใจว่า “นี่คือแหวนมิติ เจ้าไปได้มาจากไหนกัน?”
หลงเฉินเห็นมารดาตกใจมากถึงเพียงนั้นก็อดที่จะหัวเราออกมาไม่ได้ แววตาที่คล้ายกับว่าเขากลายเป็นหัวขโมยอย่างไรอย่างนั้น
หลงเฉินทราบดีว่าจะปิดบังมารดาต่อไปก็ไม่ช่วยอะไร เพื่อที่จะบรรเทาอาการตกใจและเป็นห่วงของมารดา เขาจึงเปิดเผยสถานะผู้หลอมโอสถต่อมารดา
เพราะไม่ช้าก็เร็วผู้คนทั้งหมดก็ย่อมทราบเรื่องอยู่ดี เขาจึงไม่จำเป็นที่จะต้องปิดบังอีกต่อไป แต่ว่าหลังจากที่หลงเฉินเปิดเผยตนเองไปเมื่อค่ำคืนก่อนย่อมถือเป็นการกรุยทางที่เหมาะเจาะอย่างยิ่ง เพียงพอที่ตนเองจะมีเวลาไปบำเพ็ญได้แล้ว