ชั่วพริบตาเดียวทั้งสองคนได้สนทนากันไปกว่าสองชั่วยามแล้ว หญิงสาวเจ้าของใบหน้าอันงดงามที่ยังคงแดงก่ำอยู่จนถึงบัดนี้เริ่มรู้สึกได้ว่าการเล่าของตนเองนานจนเสียมารยาทเกินไป จึงได้ซักถามที่มาที่ไปของหลงเฉินบ้าง
หลงเฉิงจึงเปลี่ยนเป็นผู้ตอบเกี่ยวกับเรื่องราวที่นางสนใจ และสิ่งที่ไม่น่าสบายใจเหล่านั้นก็ได้กลืนลงคอไป หลงเฉินถือว่าเป็นผู้มีพรสวรรค์ในการสนทนาเจรจาเสียจนน่าประหลาดใจ เขาสามารถพูดจาหยอกเย้าฉู่เหยาให้มีเสียงหัวเราะออกมาไม่หยุดราวกับเสียงดังของกระดิ่งอันน้อย
นับตั้งแต่เริ่มมาจากองค์หญิงผู้หยิ่งทระนง เพียงชั่วครู่เดียวก็ได้กลายเป็นหญิงสาวที่อยู่ในช่วงใบไม้ผลิอย่างไรอย่างนั้น
ในช่วงที่แสงสายันต์ใกล้จะลับขอบฟ้าไป ทั้งสองจึงเริ่มรู้สึกตัวได้ว่าเวลาผ่านล่วงเลยมานานพอควรแล้ว ฉู่เหยามองไปที่หลงเฉินด้วยแววตาเป็นประกาย “หลงเฉิน หลังจากนี้ข้าสามารถมาเล่นกับเจ้าได้หรือไม่?”