ยอดฝีมือขั้นก่อโลหิตผู้นั้นสีหน้าที่เปลี่ยนแปลงนับครั้งไม่ถ้วน ท้ายที่สุดก็อดใจเอาไว้ไม่อยู่ น้อมรับโอสถเม็ดนั้นเอาไว้ จากนั้นก็ได้มองไปยังหนังปีศาจเก่าขาดภายในมือหลงเฉินคราหนึ่ง
“จำไว้ ข้าไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น”
หลงเฉินเข้าใจได้ถึงความหมายของเขาว่าเขาจะทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น ไม่เช่นนั้นหลงเฉินคงจะต้องถูกคาดโทษว่าเป็นหัวขโมยอย่างแน่นอน
เมื่อได้รับคำตอบรับเช่นนั้น เขาจึงเก็บหนังปีศาจเก่าม้วนนั้นเอาไว้แล้วจากเดินไป ยอดฝีมือขั้นก่อโลหิตผู้นั้นจึงหันกลับมาตรวจสอบโอสถก่อโลหิตอย่างละเอียดอีกครั้ง
“คิดไม่ถึงว่าเขาจะมีสมบัติล้ำค่าเช่นนี้อยู่ด้วย ไม่ได้แล้ว คงจะต้องสืบหาข้อมูลเกี่ยวกับที่มาที่ไปของเขาเสียแล้ว” ยอดฝีมือขั้นก่อโลหิตผู้นั้นกล่าวจบก็ได้หายไปจากหอทักษะยุทธ์
หลังจากที่หลงเฉินจากมาได้สักครู่หนึ่งและมุ่งหน้าไปทางด้านหน้าของตำหนัก เขารู้สึกว่าหาญกล้าเกินไปที่นำเอาโอสถก่อโลหิตชิ้นนั้นออกมา ไม่เกรงกลัวผู้ใดจะเข้ามาตรวจสอบ