หลังจากที่หลงเฉินได้ถูกตรวจสอบป้ายประจำตัวแล้ว เขาก็เท้าก้าวข้ามเขตเข้าไปในตำหนักฝึกขุนนาง เขาตรงดิ่งไปยังหอศึกษาที่ที่เป็นสถานที่สำหรับ ‘บำเพ็ญ’ ในช่วงเช้า สถานที่ที่ได้ยินเสียงท่องบทกวีโบราณมาจากเหล่าผู้ที่กำลังศึกษาอยู่ ทีทั้งศัพท์ในราชพิธี และหลักเหตุผลโบราณที่มาจากตาเฒ่าที่ฟันแทบจะร่วงหมดปากอยู่ด้วย
เมื่อเข้ามายังหออักษรได้แล้ว เวลานี้เป็นช่วงเช้าตรู่ หออักษรดูใหญ่โตมโหฬารแต่มีเพียงบุตรขุนนางอยู่ในที่นี้เพียงไม่กี่สิบคน
“ฮ่าฮ่า พี่หลง ท่านมาแล้ว”
หลงเฉินที่เพิ่งมาถึง วินาทีนั้นก็ได้มีเด็กหนุ่มหลายคนพากันทักทายหลงเฉินอย่างเป็นมิตรและสนิทสนม
เด็กหนุ่มเหล่านี้ก็เป็นเช่นเดียวกับหลงเฉินนั่นคือไม่อาจฝึกยุทธ์ได้ แม้ว่าจะไม่อาจนับว่าเป็นสหายคนสนิท แต่ก็ถือว่าเป็นกลุ่มคนที่มีปัญหาเดียวกัน
จักรวรรดิเมืองเฟิงหมิงที่เจริญเฟื่องฟูในด้านวิทยายุทธ์ แม้ว่าชะตากรรมพวกเขาจะไม่ได้ดูแย่เฉกเช่นหลงเฉิน แต่ก็มักจะถูกเหยียดหยามดูแคลนอยู่เป็นประจำจนต้องทนรับสายตาที่เย็นชาและไม่แยแสจากผู้คน