ชายผู้นั้นหยิบขนมแป้งอบอีกชิ้นขึ้นมา อ้าปากแล้วกินเข้าไปเหมือนครั้งก่อน ทว่าเมื่อกินไปได้ครึ่งคำ ทันใดนั้นบนใบหน้าปรากฏอาการคล้ายกระจ่างแจ้งอะไรบางอย่างจนอ้าปากค้าง หันไปโค้งคารวะอย่างมีมารยาทต่อหลงเฉินแล้วกล่าวขึ้นว่า “ขอบคุณพี่หลงที่ชี้แนะ ผู้น้องเข้าใจแล้ว ความจริงข้าโลภมากจนเกินไป พี่หลงได้เตือนสติข้าไว้จริงๆ เกิดเป็นคนย่อมต้องรู้จักคำว่าพอใช่หรือไม่?”
ผู้คนมากมายต่างหันมองไปหลงเฉินเป็นตาเดียวด้วยความเลื่อมใส คิดไม่ถึงว่าหลงเฉินจะล้ำลึกได้ถึงเพียงนี้ ใช้เพียงขนมหวานชิ้นเล็กๆ เพียงไม่กี่ชิ้นก็ทำให้ผู้คนเข้าใจได้อย่างกระจ่างแจ้งได้
จากนั้นหลงเฉินก็ได้ส่ายหน้าพลางถอนลมหายใจ “เจ้าผิดแล้ว ที่ข้าจะเตือนเจ้าก็คือ เจ้าอ้วนได้ถึงเพียงนี้ยังจะกินอย่างเอาเป็นเอาตายอีก จนประตูก็เกือบจะผ่านเข้าไปไม่ได้แล้ว คู่หมั้นของเจ้าที่เอาแต่หลบหน้าหลบตาเจ้าก็ไม่ถือว่าแปลก ที่ไม่ถอนหมั้นเจ้าก็ถือได้ว่าเป็นบุญวาสนาที่สวรรค์ประทานมาให้แล้ว เจ้าทราบแล้วหรือไม่
ด้วยรูปร่างของเจ้าในตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นหญิงสาวคนใดก็คงไม่กล้าที่จะหลับนอนด้วย เกรงว่าหากเจ้าเพียงแค่พลิกตัวก็จะทับผู้นั้นจนกลายเป็นภาพวาดได้เลย”