าหลันเฟิงกลับด้วยสายตาที่แข็งกร้าวยิ่งกว่า
“นี่คือมารยาทของผู้ดีจากเมืองหลวงงั้นรึ?” หลงเฉินเอ่ยเสียงเรียบ “บุกรุกบ้านคนอื่น ดูถูกเจ้าบ้าน และเห่าหอนเสียงดังรบกวนความสงบ... ข้านึกว่ามีสุนัขบ้าหลุดเข้ามาเสียอีก”
“สามหาว!!”
เด็กหนุ่มข้างกายนาหลันเฟิงตบโต๊ะลุกขึ้นยืนทันที พลังปราณระดับ “ก่อรากฐาน ขั้นสูงสุด” ระเบิดออกมา กดดันไปทั่วห้องโถงจนถ้วยชาบนโต๊ะสั่นระริก
“ไอ้เศษสวะ! เจ้ากล้าเปรียบเทียบผู้อาวุโสเฟิงเป็นสุนัขรึ? รู้หรือไม่ว่านางเป็นใคร นางคือป้าแท้ๆ ของคุณหนูนาหลันเสวี่ย! วันนี้พวกเรามาเพื่อมอบโอกาสรอดให้ตระกูลเจ้า อย่าได้รนหาที่ตาย!”
หลงเฉินปัดมือเบาๆ ราวกับไล่แมลงวัน แรงกดดันทางวิญญาณที่เด็กหนุ่มปล่อยมานั้น เมื่อเทียบกับจิตวิญญาณจักรพรรดิโอสถของเขาแล้ว มันก็เหมือนลมพัดผ่านหน้าผา ไม่ระคายเคืองแม้แต่น้อย
“ข้าไม่สนว่านางจะเป็นป้าหรือเป็นยายใคร” หลงเฉินตอบกลับอย่างเย็นชา “ข้าสนแค่ว่า พวกเจ้ามาที่นี่ทำไม? ถ้ามาเพื่อเห่า ก็เชิญออกไปเห่าข้างนอก แต่ถ้ามีธุระ… ก็รีบพูดมา แล้วไสหัวไปซะ!”
“เฉินเอ๋อ...” หลงจ้านพยายามจะห้ามปราม แต่ในใจลึกๆ กลับรู้สึกสะใจกับวาจาของลูกชาย
นาหลันเฟิงหน้าเขียวคล้ำ นางยกม