ที่ล่วงรู้เส้นสนกลใน ทั้งตื่นตระหนกทั้งหวาดกลัวจนหัวหด
การต่อสู้ระหว่างตระกูลมีอยู่ทุกหนทุกแห่ง แต่เมื่อเทียบกับฝีมือขุดรากถอนโคนทั้งตระกูลขององครักษ์เงา ซึ่งกระทั่งต้นหญ้าสักต้นยังไม่มีเหลือทิ้งไว้ ฝีมือของตระกูลต่าง ๆ ที่ผ่านมาล้วนไม่ต่างจากเด็กเล่นขายของ
ทุกคนตัวสั่นสะท้าน เต็มไปด้วยความประหวั่นพรั่นพรึง
สภาผู้อาวุโสใหม่กลับกลายเป็นขุมอำนาจสูงสุดแห่งแดนอสูรเพียงชั่วข้ามคืน
ในลานบ้านแห่งหนึ่ง ปิงหลันและมู่ซีนั่งสนทนาตามลำพัง
หน่วยองครักษ์เงาไม่ได้สร้างความยุ่งยากให้แก่พวกนาง เมื่อจบเรื่องพวกมันก็คืนอิสรภาพให้แก่สองแม่ทัพใหญ่เผ่าอสูร กระทั่งศักดิ์ฐานะของพวกนางยังไม่เปลี่ยนแปลง ทั้งสองรู้สึกคล้ายกับว่าเพิ่งหลับฝันไปตื่นหนึ่งก็มิปาน
แม่ทัพใหญ่ทั้งสองเป็นบุคคลอันชาญฉลาด ต่างทราบแน่แก่ใจว่าหมิงอ๋องไม่กลัวพวกนางกระด้างกระเดื่อง ชนชั้นผู้นำทั้งหมดและบรรดาตระกูลสูงศักดิ์ทั้งมวลล้วนยอมศิโรราบแต่โดยดี ต่อให้หมิงเยวี่ยเยี่ยลุกขึ้นมาปลุกระดมผู้คนยังคงไม่มีประโยชน์อันใด
ชนชั้นปกครองของเผ่าอสูร ล้วนแล้วแต่เป็นถุงสุราห่อข้าว9ที่ใช้การไม่ได้ตั้งแต่แรก
สองแม่ทัพใหญ่จมอยู่ในความเงียบงันเป็นเวลานาน บรรยากาศหนักอึ้งอยู่บ้าง
“พวกเราจบสิ้นแล้ว” ปิงหลันพลันเอ่ยปาก สุ้มเสียงแหบพร่า ดวงตาทอแววเจ็บปวดรวดร้าว ในฐานะยอดแม่ทัพผู้หนึ่ง โดยธรรมชาติแล้วย่อมไม่ชมชอบเหล่าองครักษ์เงาซึ่งกระทำการไม่เห็นแสงตะวัน แต่