รากฏขึ้นในใจมัน
อาศัยกึ่งเทพยุทธ์ผู้หนึ่ง ต่อหน้าเทพยุทธ์และกึ่งเทพยุทธ์คู่หนึ่ง ไฉนเลยจะมีโอกาสต่อสู้ขัดขืนแม้สักน้อยนิด?
ปลิดชีพในกระบวนท่าเดียว!
ฟงซิ่นจื่อศีรษะปลิวกระเด็น โลหิตฉีดพุ่งไปถึงเพดานห้อง อาบย้อมจนแดงฉาน
เสียงกรีดร้องอย่างเสียขวัญดังระงมในห้องประชุม ผู้อาวุโสจำนวนมากสีหน้าขาวเผือด ภาพโชกเลือดที่เบื้องหน้าขู่ขวัญพวกมันจนเข่าอ่อนอย่างไรก็ตาม ห้องประชุมลับย่อมปิดกั้นเสียงอย่างดีเยี่ยม ถูกออกแบบมาเพื่อไม่ให้คนด้านนอกได้ยินการสนทนาที่ภายใน กระทั่งยอดฝีมืออันดับ
หนึ่งฟงซิ่นจื่อยังศีรษะหลุดลอยในกระบวนท่าเดียว ผู้ที่เดิมทีคิดต่อสู้ พลันตัวสั่นสะท้านอยู่กับที่
แม้แต่ฟงซิ่นจื่อต้าเหรินยัง… …
หมิงเยวี่ยเยี่ยหันขวับไปจ้องหน้าโหยวฉินเลี่ย สายตาเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบ “ประเสริฐ! ประเสริฐมาก! โหยวฉินเลี่ย! เจ้าถึงกับกล้าสมคบคิดกับหมิงอ๋อง!”
หมิงเยวี่ยเยี่ยไม่ได้โง่งม โหยวฉินเลี่ยรับผิดชอบดูแลความปลอดภัยทั้งหมด ผู้ที่มีความสามารถลอบชักนำศัตรูตัวฉกาจเข้ามาภายในอย่างสะดวกดายมีเพียงแค่มันผู้เดียวเท่านั้น
โหยวฉินเลี่ยค้อมกายคารวะอย่างสุภาพ “ข้าทำเพื่อประโยชน์ของเผ่าอสูรทั้งมวล”
ผู้คนในห้องสีหน้าซีดเผือดราวกับขี้เถ้า
พวกมันล้วนทราบดีว่าโหยวฉินเลี่ยกุมอำนาจอยู่ในมือมากมายเท่าใดการทรยศของบุคคลสำคัญระดับนี้ ยังหมายความว่าฝ่ายตรงข้ามเตรียมการจัดการกับพวกมันไว้พร้อมสรรพ
หมิงเยวี่ยเยี่ยไม่แยแสสนใจ