กลับผุดเด่นออกมาทันที
“เช่นนั้นวกอ้อมไปโจมตีแนวหลังของคุนหลุนเป็นอย่างไร? แนวหลังของคุนหลุนในยามนี้ปราศจากการป้องกันอย่างสมบูรณ์!” ถังเฟยกล่าวพลางขมวดคิ้วครุ่นคิดอย่างหนัก
“หลินเชียนมาคราวนี้ แม้แต่ชีวิตตนเองมันยังไม่คำนึงถึง โจมตีแนวหลัง? มันจึงไม่แยแสสนใจว่าแนวหลังของพวกมันจะถูกทำลายหรือไม่”กงซุนชาโต้แย้ง
“ไม่เช่นนั้น มิสู้ให้เหวยซือ… …” ม้าฝานกล่าวพลางยิ้มอย่างลี้ลับชั่วร้าย
ทุกผู้คนหันไปมองเหวยเสิ้งเป็นตาเดียว
เหวยเสิ้งกล่าวอย่างเปิดเผยตรงไปตรงมา “อันที่จริงหลินเชียนกับข้าสมควรมีฝีมือทัดเทียมกัน ครั้งก่อนเหตุผลที่ข้าสามารถเอาชัยเหนือมันเงื่อนปมสำคัญอยู่ที่กู่เหลียงเตาและซวงอวี่ก่อนตายจู่โจมทำร้ายหลินเชียนคราหนึ่ง หลินเชียนได้รับบาดเจ็บบอบช้าอยู่ก่อน ส่วนข้าโชคดีมีการรู้แจ้งอย่างฉับพลัน แต่ยามนี้ฟังจากสุ้มเสียงของมัน หลินเชียนดูเหมือนฝีมือรุดหน้าเช่นกัน หากให้ข้าบุกเข้าไปจู่โจมสังหารมัน ฝ่ายมันจะมีข้อได้เปรียบในดินแดนของตนเอง หมายความว่ามันเพียงแค่มีกึ่งเทพยุทธ์ไม่กี่คนคอยให้การช่วยเหลือ ข้าจะตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบทันที”
“กึ่งเทพยุทธ์ ฝ่ายเราก็มีเช่นกัน… …” ม้าฝานพึมพำ หากเอ่ยถึงชนชั้นกึ่งเทพยุทธ์ ม่ออวิ๋นไห่ยังมีมากกว่าคุนหลุนเสียอีก คนอื่น ๆ พอฟังดวงตาพลันเป็นประกายขึ้นมาทันที
“ระดับกึ่งเทพยุทธ์ ไม่สามารถเดินทางข้ามผ่านมิติความว่างเปล่าได้” เหวยเสิ้งอธิบาย
เหล่าแม่ทัพนายกองในที