อกมา
“กระทั่งหลินเชียนยังพ่ายแพ้ใต้คมกระบี่ของเหวยเสิ้ง ข้าไม่ชมชอบหลินเชียน แต่มิอาจไม่ยอมรับว่าคนผู้นี้เป็นยอดอัจฉริยะที่แท้จริง อาเยวี่ยเจ้าเห็นว่าอย่างไร เรื่องทางโลกไฉนเปลี่ยนพลิกรวดเร็วถึงปานนี้?” อูเล่อดวงตาเคว้งคว้าง เต็มไปด้วยความสับสนงุนงง อาจบางทีมันเมามายแล้ว“หมิงอ๋องผู้นั้นจู่ ๆ ก็ผุดขึ้นจากที่ใดไม่ทราบ มันก่อเรื่องใหญ่โตในดินแดนแห่งความมืด แต่เท่านั้นยังไม่หนำใจ ยังคิดฝันรวมเผ่าปิศาจให้เป็นหนึ่งเดียว ฮ่า ทำให้เราต้องมามีสภาพน่าอนาถเช่นนี้! ยามนี้ม่ออวิ๋นไห่เปิดศึกกับคุนหลุน เหวยเสิ้งที่ไม่ได้เห็นมาสิบปี บัดนี้กลับกลายเป็นเทพยุทธ์ ขู่ขวัญหลินเชียนจนต้องซุกหัวหดหาง คุนหลุนนับว่าเสียหน้าครั้งใหญ่ ทั้งยังต้องประหวั่นพรั่นพรึง หลินเชียนช่างน่าเวทนานัก พวกมันทั้งคู่ต่างเป็นเทพยุทธ์เหมือนกันแท้ ๆ นี่เป็นความอัปยศอดสูครั้งใหญ่ อัปยศอดสูยิ่งนัก… …โลกนี้… …กำลังจะเป็นอะไรแล้ว… …อ่านไม่ออกแม้แต่น้อย… …”
อูเล่อยิ่งกล่าว สุ้มเสียงยิ่งอ้อแอ้ไม่ชัดเจน สุดท้ายมันซบหน้ากับท่อนแขน เริ่มส่งเสียงกรนออกมา
มันหดหู่สิ้นหวังถึงที่สุด ที่มายังเคหะสถานของสุ่ยเยวี่ย ก็เพียงเพื่อเมามายสักครา
สุ่ยเยวี่ยนั่งนิ่งสงบ ค่อย ๆ จิบสุราอย่างแช่มช้า สุราร้อนแรงราวกับเปลวไฟไหลผ่านลงไปในลำคอ
ทันใดนั้นในดวงตาที่สงบเยือกเย็นอยู่ตลอดเวลา พลันเริ่มทอประกายร้อนแรงราวกับลุกไหม้ มันหวนนึกถึงพันธสัญญาโลหิตเมื่อครั้