ถในการฉุดลากหมี่หนานลงนรกไปด้วย
ในเวลานี้ ด้วยการมาของเปี๋ยหาน ดินแดนแถบนี้ทั้งหมดอยู่ในความคุ้มครองของม่ออวิ๋นไห่ แรงกดดันต่อเทียนหวนเบาบางลงไปมาก ดังนั้นเสบียงบำรุงจำนวนมาก รวมถึงกองทัพและกำลังคน เริ่มหลั่งไหลไปรวมกันยังสมรภูมิของมู่ซวง
นอกจากนี้เปี๋ยหานเพิ่งได้รับข่าว กงเหยี่ยเสี่ยวหรงยังไม่ได้กลับไปพักผ่อนฟื้นฟูกำลัง แต่นำกำลังพลที่เหลือ เร่งรุดไปยังแนวป้องกันของมู่ซวงเช่นกัน
เปี๋ยหานทราบว่ากงเหยี่ยเสี่ยวหรงไม่ได้ไปเพื่อเอาชนะหมี่หนาน แต่เพื่อป้องกันไม่ให้มู่ซวงแสวงหาความตายเพียงเพื่อจัดการกับหมี่หนาน
เปี๋ยหานจ้องมองกองพันมู่เซวียนไม่คลาดสายตา ดวงตาเต็มไปด้วยประกายแหลมคมเย็นชา ไม่ต่างจากสุนัขป่าจ้องมองเหยื่อของตน
เปรี้ยง เปรี้ยง เปรี้ยง!
เงาร่างหนึ่งแดงหนึ่งฟ้ากะพริบวูบวาบกลางเวหา สลับเปลี่ยนตำแหน่งอย่างเร่งร้อน ทิ้งภาพติดตานับไม่ถ้วนไว้เบื้องหลัง กระบี่ทั้งสองปะทะหักหาญอย่างถี่ยิบ!
ในการปะทะแต่ละครั้ง พลังเทพอันน่าสะพรึงกลัวแตกปะทุราวกับภูเขาไฟ คลื่นพลังเทพที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า กวาดทำลายทุกสรรพสิ่งจนราบเป็นหน้ากลอง
ที่เบื้องล่างของพวกมัน เทือกเขาน้อยใหญ่พังทลาย พื้นปฐพีแตกเป็นทางยาว รอยแยกไร้ก้นบึ้งอันชวนประหวั่นพรั่นพรึงแผ่ลามไปทั่วทุกแห่งหน
กระทั่งท้องนภายังเริ่มปรากฏรอยแตกร้าว
เงาร่างสีแดงอาบท่วมไปด้วยเลือด ราวกับว่าเพิ่งแช่ร่างในบ่อโลหิตก็มิปาน กระบี่ในมือแผดเสียง