ัพไร้ผู้ต้าน ซึ่งศัตรูเพียงได้ยินชื่อก็พากันหลบลี้หนีหน้าผู้นั้น
“ผู้น้องเสวียตง คารวะกงซุนเซียนเซิง!” เสวียตงประสานมือค้อมกายอย่างมีมารยาท
“เสวียเซียนเซิงเกรงใจเกินไปแล้ว!” รอยยิ้มของกงซุนชายิ่งเอียงอายกว่าเดิม
เสวียตงย่อมไม่ถูกรอยยิ้มอันชวนสนิทสนมของกงซุนชาหลอกลวงแต่ยังคงรู้สึกถึงความย้อนแย้งอย่างประหลาด แต่มันตั้งสติทันที กล่าวเสียงดังฟังชัด “เดิมทีเข้าใจว่าศึกระหว่างเราจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อจั่วม่อเซียนเซิงกลับมาแล้ว นึกไม่ถึงว่าจะได้พบกันเร็วถึงเพียงนี้ ดูเหมือนว่าศึกระหว่างเราท่านจะเป็นฟ้าลิขิตแล้ว”
“ย่อมมิใช่ฟ้าลิขิต” กงซุนชายังคงแย้มยิ้มอย่างอ่อนหวาน ทว่าถ้อยวาจากลับแหลมคมดุจใบมีด “นี่เป็นกลยุทธ์”
เสวียตงใจสั่นสะท้าน แต่สีหน้ายังคงสงบราบเรียบ มันหัวร่ออย่างขบขัน “กลยุทธ์ ข้าชอบคำนี้”
“เสวียเซียนเซิงเมื่อชมชอบก็ดี” กงซุนชาส่งยิ้มไม่มีพิษเป็นภัย“เสวียเซียนเซิงเมื่อชมชอบ ข้าจะได้มีความมั่นใจมากขึ้น อา ศิษย์พี่ของท่านนับเป็นยอดอัจฉริยะแห่งยุคผู้หนึ่ง เสวียเซียนเซิงเองก็เป็นแม่ทัพบัญชาการศึกไร้พ่าย หากต้องร่วงหล่นลงมา ช่างชวนให้ผู้คนนึกเสียดายนัก”
“ฮ่าฮ่า!” เสวียตงแหงนหน้าหัวร่อเสียงดังกระหึ่ม “ใต้หล้ามีผู้ใดสามารถเป็นคู่มือของศิษย์พี่ใหญ่ข้าได้? ผู้ใดสามารถเป็นคู่มือของข้า?”
วาจาเหล่านี้เย่อหยิ่งลำพองถึงที่สุด แต่ในสุ้มเสียงแฝงไว้ด้วยความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้า บันดาลให้ผู้คนเชื่อว