าจาของมันอย่างสนิทใจ
“เป็นความจริง?” รอยยิ้มของกงซุนชายิ่งมายิ่งเอียงอายกว่าเดิม“หรือเสวียเซียนเซิงเข้าใจว่าเทพยุทธ์จะไร้เทียนทานจริงๆ? หรือเสวียเซียนเซิงเข้าใจว่าใต้หล้านี้มีเพียงหลินเชียนผู้เดียว? เสวียเซียนเซิงข้าว่าท่านดูแคลนเหล่าจอมยุทธ์ทั่วหล้าเกินไปแล้ว!”
เสวียตงใจหายวาบ ดวงตาหรี่แคบลง อย่างไรก็ตาม เพียงถ้อยคำข่มขวัญตามเล่ห์อุบายศึกเช่นนี้ ไหนเลยจะส่งผลกระทบต่อยอดแม่ทัพระดับมันได้ มันหัวร่อพลางกล่าว “ศึกใหญ่กำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว ไยต้องเสียเวลาประคารมเล็กๆ น้อยๆ เช่นนี้ มาเถอะ มาสู้กัน ข้าเฝ้ารอเวลานี้มานานมากแล้ว!”
“เสวียเซียนเซิงกล่าวถูกต้อง” มุมปากของกงซุนชาสยายกว้างเป็นรอยยิ้มที่แหลมคมดุจใบมีด เค้าความเอียงอายพลันกลับกลายเป็นรังสีฆ่าฟันอันรุนแรง “น่าเสียดายนัก สงคราม ไม่เหมือนกับในกาลก่อนอีกแล้ว”
ค่ายจูเชวี่ยปะทะกองพันเสวียตง!
สองสุดยอดแม่ทัพที่แข็งแกร่งที่สุดในใต้หล้า สองกองทัพที่กล้าแกร่งเกรียงไกรไร้เทียมทานที่สุด เปิดศึกอย่างเต็มรูปแบบ!
เหวยเสิ้งรวดเร็วถึงขีดสุด ในใจร้อนรุ่มดั่งไฟสุม มันเร่งความเร็วเหาะเหินอย่างสุดกำลัง
เป้าหมายของมันคือหลินเชียน!
กงซุนชากล่าวไม่ผิด สงครามเปลี่ยนไปแล้ว การปรากฏตัวของปรมาจารย์ด่านเทพยุทธ์เปลี่ยนโฉมของสงครามอย่างสิ้นเชิง ในอดีตไม่ว่าคนผู้หนึ่งจะมีพลังฝีมือสูงล้าสุดยอดเพียงใด ยังไม่อาจแปรเปลี่ยนผลของสงครามได้ด้วยกำลังของตนเองเพียงลำพัง
แต่