ในสายตาของมัน คนเหล่านี้ไม่ต่างจากมดปลวกกลุ่มหนึ่ง
ซวงอวี่ทั่วร่างเต็มไปด้วยบาดแผลสาหัส ใบหน้าขาวซีดดุจคนตายแขนขวาถูกหลินเชียนตัดขาดจากร่าง แต่มันไม่คิดหยุดโลหิตที่หลั่งไหลออกมาดุจสายน้า เพียงจ้องมองเงาร่างที่กลางเวหาตาเขม็ง
หลินเชียนถือกระบี่ยืนตระหง่านดุจขุนเขา ชายเสื้อขาวพิสุทธิ์สะบัดปลิวกลางสายลม ประหนึ่งเทพเทวะที่อยู่สูงเกินกว่าดินแดนของมนุษย์ปุถุชน
กองทัพกู่เหลียงเตาโหมโจมตีอย่างบ้าคลั่ง ลำแสงจู่โจมจากเทพวิชานับไม่ถ้วนกระหน่ายิงขึ้นไปบนท้องฟ้า ทว่าหลินเชียนไม่สะทกสะท้านม่านแสงรอบกายมันไม่สะเทือนแม้แต่น้อย แม้แต่ภายใต้พายุการโจมตีประดุจลมคลุ้มฝนคลั่ง พื้นผิวของม่านแสงยังไม่บังเกิดระลอกอันใด
“ยอมจำนนเถอะ กู่เหลียงเตา การฆ่าโดยไม่จำเป็นหาได้มีคุณค่าความหมายไม่”
สุ้มเสียงเย็นชาของหลินเชียนดังกังวานลงมาจากฟากฟ้า
จิตวิญญาณการต่อสู้ของกู่เหลียงเตาดับมอดสิ้น มันเหม่อมองเงาร่างบนท้องฟ้า นี่ก็คือระดับชั้นเทพยุทธ์เช่นนั้นหรือ?
นี่เป็นครั้งแรกที่มันรู้สึกไร้พลังอำนาจโดยสิ้นเชิง แม้แต่ครั้งที่พ่ายแพ้ต่อเสวียตงอย่างหมดรูป ยังไม่ถึงกับสิ้นหวังถึงเพียงนี้ ความสิ้นหวังนี้ไม่ใช่เพราะพลังฝีมืออันสูงส่งสุดยอดของหลินเชียน แต่เป็นเพราะมันพลันพบว่า กองทัพไม่ใช่พลังที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกอีกต่อไป
ต่อจากนี้ไป สิ่งที่จะครอบครองใต้หล้าคือชนชั้นเทพยุทธ์
“พี่ใหญ่!” สุ้มเสียงแหบห้าวพลันร้องเรียกออกมา
กู่เ