หลียงเตาหันกลับไปมอง เป็นซวงอวี่ ดวงตาของมันพลันทอแววนุ่มนวล มันมองดูพี่น้องที่ติดตามมันมาด้วยชีวิต ทันใดนั้นรู้สึกว่าหัวใจที่ร้อนรุ่ม กลับกลายเป็นสงบลง “อาอวี่ สำนึกเสียใจบ้างหรือไม่?”
“สำนึกเสียใจ?” ซวงอวี่พลันหัวร่อดังลั่น “พี่ใหญ่ ไฉนถามเช่นนี้?พวกเราไม่มีผู้ใดสำนึกเสียใจ!”
“ระดับเทพยุทธ์ นับว่ากล้าแกร่งเกรียงไกรโดยแท้!” กู่เหลียงเตาหันกลับไปมองบนท้องฟ้า รำพึงออกมาเบา ๆ
“พี่จั่วจะล้างแค้นให้แก่พวกเราเอง” ซวงอวี่สีหน้าเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ
“ถูกของเจ้า!” กู่เหลียงเตาพลันแย้มยิ้มกว้างขวาง กล่าวด้วยท่วงท่าองอาจห้าวหาญ “เช่นนั้นวันนี้เราลองมาทดสอบกันดูสักครา ปรมาจารย์เทพยุทธ์จะเก่งกาจสักเท่าใดกัน!”
กู่เหลียงเตาทำสัญญาณให้กองทัพหยุดการโจมตี
ห่าลำแสงคลุมฟ้าหายวับไปทันที ทุกผู้คนมองไปยังผู้นำของพวกมันเป็นตาเดียว
เมฆหมอกในใจกู่เหลียงเตาปลาสนาการไปสิ้น มันชูมือขึ้นสูง สีหน้าเต็มไปด้วยรังสีฆ่าฟัน จิตวิญญาณการต่อสู้ลุกโชนจนกลายเป็นแผดเผาตนเอง ตวาดอย่างห้าวหาญรันทด “สู้ตาย!”
“สู้ตาย!” ทุกผู้คนตะโกนเป็นเสียงเดียวกัน
“สู้ตาย!” กู่เหลียงเตาผมเผ้าลุกชี้ชัน เสียงคำรามดุดันปานพยัคฆ์ร้ายพยัคฆ์ร้ายที่ไม่แยแสสนใจแม้แต่ชีวิตของตน
“สู้ตาย!” สิ่งที่ตอบกลับมา คือคลื่นเสียงคำรามสะเทือนฟ้าดินของกองทัพคู่ใจ
“สู้ตาย!” กู่เหลียงเตากู่ร้องด้วยเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี กระทั่งสุ้มเสียงยังกลายเป็นแหบห้าว แต่ไม่ว่า