ู้หนึ่ง มันกลับผุดเด่นขึ้นมาด้วยการนำทัพกองทัพปิศาจ นี่ไยมิใช่ว่าเผ่าอสูรเราก็มีแม่ทัพอันพิสดารเฉกเช่นเดียวกันกับเปี๋ยหานอยู่คนหนึ่ง!”
หมิงเยวี่ยเยี่ยยิ่งคิดยิ่งเศร้าเสียดาย ด้วยสภาพของเหลียงเวยในยามนั้น ขอเพียงนางเอ่ยปากสักคำมันจะซื่อสัตย์ภักดีต่อนางไปจนตาย
ไพร่พลหนึ่งพันหาได้ไม่ยากนัก แต่แม่ทัพบัญชาการศึกผู้หนึ่งยากจะพบพาน โดยเฉพาะแม่ทัพอันล้าเลิศเช่นนี้
ศึกครั้งนี้หนุนส่งเหลียงเวยขึ้นสู่ระดับยอดแม่ทัพอย่างแท้จริง
หมิงเยวี่ยเยี่ยสะบัดศีรษะแรง ๆ สลัดความคิดฟุ้งซ่านทิ้งไป “การต่อสู้ระหว่างคุนหลุนกับม่ออวิ๋นไห่เป็นอย่างไรบ้าง?”
“ทั้งสองฝ่ายเริ่มเปิดฉากสู้รบอย่างเต็มตัว” โหยวฉินเลี่ยมุ่งความสนใจอยู่กับม่ออวิ๋นไห่เป็นพิเศษ จึงทราบกระจ่างเป็นอย่างดี “จากข่าวลับที่พวกเราสืบทราบมา ทั้งสองฝ่ายล้วนไม่ได้เตรียมตัวสำหรับศึกสุดท้ายที่จะตัดสินความเป็นความตายของพวกมันมาก่อน เดิมทีจิตเจตนาแรกเริ่มของม่ออวิ๋นไห่ คือใช้เทียนหวนเหนือดึงความสนใจของคุนหลุน เพื่อที่พวกมันจะได้ลอบโจมตีจากช่องว่างรอยโหว่ ริดลอนกำลังของคุนหลุน ส่วนทาง
ฝ่ายคุนหลุนคิดกลืนกินเทียนหวนเป็นอันดับแรก ทางหนึ่งเพื่อกำจัดหอกข้างแคร่ ในเวลาเดียวกันก็เสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ขุมกำลังของพวกมันด้วย จากนั้นค่อยมุ่งเป้าไปยังสี่มหานิกายพุทธหรือไม่ก็กู่เหลียงเตา เพื่อบีบบังคับให้ม่ออวิ๋นไห่ออกมาทำศึกตัดสินกับพวกมันทันที”
หมิงเยวี่ยเยี่