มั่งคั่งและทรงพลัง เข้าสู่สภาพพร้อมรบอย่างเต็มรูปแบบ ไม่มีผู้ใดกล้าประมาทดูแคลนขุมกำลังอันน่ากลัวนี้
เทียนหวนเหนือและผู้คนของพวกมันอยู่ในสภาวะสงครามตั้งแต่แรกกงซุนชาสั่งการลงมาอย่างเฉียบขาด เพียงเคลื่อนย้ายผู้คน ไม่ห่วงพะวงกับสมบัติ ผลก็คือการอพยพโยกย้ายมีประสิทธิภาพอย่างน่าประหลาดใจ
ช่วงเวลาไม่กี่วันที่กงเหยี่ยเสี่ยวหรงสละชีวิตไพร่พลช่วงชิงมาได้นับว่ามีค่ามากล้นเหลือประมาณ
ในเวลาเดียวกัน ที่ค่ายกลเคลื่อนย้ายอีกแห่งหนึ่ง เห็นกองทัพอันแปลกประหลาดขบวนหนึ่งก้าวออกมา คนเหล่านี้สีหน้าไร้ความรู้สึกอย่างสิ้นเชิง ดวงตาเป็นสีเทาขาว ทั่วร่างปกคลุมด้วยรอยสักอันโอ่อ่า ปราศจากร่องรอยของชีวิต
รอจนบุรุษสีหน้ากระด้างเย็นชา ทั่วร่างปกคลุมด้วยแผนผังปิศาจผู้หนึ่ง ก้าวออกมาจากค่ายกลเคลื่อนย้าย
“เป็นเปี๋ยหานต้าเหริน!”
เสียงอุทานดังลั่นในฝูงชน เรียกเสียงอุทานดังระงมรอบบริเวณ ฝูงชนเริ่มปั่นป่วนขึ้นมา
“คนผู้นี้คือเปี๋ยหานต้าเหริน?”
“สวรรค์! นี่ก็คือกองพันบาปเคราะห์!”
เสียงอุทานยังไม่ทันจะจางลง ผู้คนทั้งหลายใบหน้าทอแววปิติยินดีเริ่มปรากฏรอยยิ้มขึ้นมาบ้าง ในที่สุดพวกมันก็วางใจได้อย่างสมบูรณ์ เปี๋ยหานต้าเหรินเมื่ออยู่ที่นี่ พวกมันก็ปลอดภัยแน่แล้ว!
คนของม่ออวิ๋นไห่ยืดอกขึ้น ใบหน้ามองตรง สีหน้าเต็มไปด้วยความเคารพเทิดทูน
เปี๋ยหานมาแล้ว
เปี๋ยหานเมื่อเห็นสภาพน่าอเนจอนาถของกองทัพกงเหยี่ยเสี่ยวหรงสร้างความประหลาดใจ