ุทธ์ที่แกร่งกล้าเกรียงไกรถึงเพียงนี้กลับเต็มไปด้วยความรักปราณีต่อแผ่นดินนี้จวบจนวาระสุดท้าย
จั่วม่อไม่เคยพบพานผู้ใดกอรปด้วยอารมณ์ความรู้สึกอันลึกล้าถึงเพียงนี้มาก่อน
และในท้ายที่สุด… …
ในสายตาของผู้คนทั้งหมด นิมิตแห่งฟ้าดินสุดอัศจรรย์นี้ปรากฏขึ้นพร้อมกับการขึ้นครองบัลลังก์ของราชาองค์ใหม่ ยิ่งพิสูจน์ยืนยันว่าราชาองค์ใหม่พิเศษเหนือผู้ใดทั้งหมด
พิรุณละอองแสงนี้พร่างพรมลงมาไม่ขาดสาย ติดต่อกันถึงสามวันสามคืน
ทั่วทั้งดินแดนแห่งความมืดประดุจอยู่ในเทศกาลเฉลิมฉลอง ตลอดสามวันสามคืนนี้
เมื่อเงาร่างของคนทั้งห้าปรากฏขึ้นตรงหน้าจั่วม่อ จั่วม่อไม่อาจสะกดกลั้นอารมณ์ความรู้สึกอีกต่อไป ในสายตากลายเป็นพร่าเลือน
“นายน้อย!” อากุ่ยสะอื้นไห้ โถมเข้าหาอ้อมแขนของจั่วม่ออย่างไม่คิดชีวิต เหมือนเช่นเมื่อครั้งที่พวกมันยังเยาว์วัย
จั่วม่อน้าตาสองสายทะลักลงจากเบ้า มันไม่อาจเอ่ยวาจาแม้สักครึ่งคำ ได้แต่ตบหลังอากุ่ยเบา ๆ อย่างเงอะงะ
หลังจากฟื้นตื่นขึ้นมา ใบหน้าแข็งทื่อดุจท่อนไม้ของอากุ่ยก็ไม่คงอยู่อีกต่อไป นางเองก็เป็นสตรีใจเด็ดผู้หนึ่ง พลันพบว่าตนเองเสียกิริยาไปแล้วสีหน้าแดงซ่านเล็กน้อยด้วยความขวยเขิน ดิ้นหลุดจากอ้อมแขนของจั่วม่อแต่น้าตาแห่งความปลาบปลื้มปิติยังคงหลั่งรินลงมาบนใบหน้านาง
“ศิษย์น้อง!” เหวยเสิ้งมองดูจั่วม่อ ขอบตาแดงก่า
บุรุษเหล็กผู้นี้ท่วมท้นไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกมากมาย มันเมื่อฟื้นตื่นขึ้นมาพบเห็นโลง