นขึ้นไปยังส่วนบนสุดของศีรษะสัตว์ร้ายแดนร้าง พลันหยุดเท้าลง แล้วหมุนตัวกลับมา ทอดตามองกองทัพสามแสนคนที่เบื้องล่างอย่างเย็นชา!
สัตว์ร้ายแดนร้างที่ค้อมกายหมอบนิ่ง พลันลุกขึ้นยืนพร้อมกัน
กองทัพสุดแกร่งสามแสนคนในสายตามัน ยิ่งหดเล็กลงเรื่อยๆ ยืนอยู่บนศีรษะสัตว์ร้ายแดนร้างทำให้มันอยู่สูงกว่าเดิม ครรลองสายตากว้างไกลกว่าที่เคยเป็นมา สายลมรุนแรงพัดกระโชกผมขาวราวหิมะให้สะบัดปลิว
มันก้มมองดูกองทัพศัตรู
หน้ากากสัมฤทธิ์ยังคงยะเยียบเย็นชา ปราศจากอารมณ์ความรู้สึกเช่นเดียวกันกับสุ้มเสียงที่สะท้อนก้องอยู่ในอากาศ
?”
หลังจากวาจาประโยคนั้น เป็นความเงียบสงัดเสมือนตาย
ไม่มีผู้ใดเอ่ยปาก กองทัพที่มีรี้พลสามแสนคนประหนึ่งไก่ไม้สามแสนตัว พวกมันไม่อาจกล่าวโต้แย้งแม้สักครึ่งคำ แต่คนละเหม่อมองขึ้นไปบนฟากฟ้าที่คล้ายไม่มีวันเอื้อมถึง มองดูเงาร่างตั้งตรงดุจคันทวน ผมขาวสะบัดพลิ้วตามแรงลม ดูไปทระนงองอาจอย่างบอกไม่ถูก
ทันใดนั้นผู้คนบังเกิดความรู้สึกหลอนประการหนึ่ง สัตว์ร้างแดนร้างเมื่อยอมสยบอยู่ใต้ฝ่าเท้าของคนผู้นี้ ประหนึ่งว่าทั่วปฐพีล้วนสยบอยู่ใต้ฝ่าเท้ามันเช่นกัน
สุ้มเสียงเย็นเยียบไม่แยแสคล้ายดังมาจากสถานที่อันห่างไกลแพร่กระจายเป็นวงกว้าง ชั่วพริบตาเดียวก็คล้ายจะครอบคลุมไปทั่วทั้งดินแดนแห่งความมืด
ศึกครั้งสุดท้ายนี้จะเป็นเครื่องตัดสินอนาคตของดินแดนแห่งความมืดย่อมเป็นที่กังวลสนใจจากทุกผู้คนในดินแดนแห่งความมืด พลเมือ