พงไฟแดงฉานลุกลามไปตามพื้นน้าแข็ง กระทั่งเกล็ดหิมะสีฟ้าน้าแข็งที่ยังไม่ตกลงมา ยังถูกเปลวไฟกลืนกินไปจนหมดสิ้น
เปลวไฟที่ไหลพล่านไปทั่วเหล่านี้ ไม่มีทีท่าว่าจะอ่อนแรงลงเลยแม้แต่น้อย
ไห่ซินปิงสีหน้าสงบราบเรียบ ทว่าในใจนางหดหู่สิ้นหวังถึงที่สุด นางผู้เป็นจ้าวรัตติกาล ซึ่งทั่วแผ่นดินนี้เป็นรองเพียงหมิงอ๋องผู้เดียว แต่กระทั่งทหารยันต์ผู้หนึ่ง ยังไม่มีปัญญาเอาชนะได้?
ถึงกระนั้น นางกลับกล้าท้าทายคนผู้นั้นเพื่อช่วงชิงบัลลังก์ ไยมิใช่น่าหัวร่อแทบตาย?
จุดแสงเย็นเยือกที่นางใช้ออก เรียกว่าลมหายใจเทพทุ่งน้าแข็ง ซึ่งนางเก็บเกี่ยวมาจากทุ่งน้าแข็งรกร้างแห่งแดนเหนือ ลมหายใจเทพนั้นเย็น
?
ไห่ซินปิงยินยอมรับความพ่ายแพ้จากใจจริง ไม่ว่าด้านใดนางล้วนถูกสะกดข่มจนสิ้นท่า
พลังสภาวะอันยิ่งใหญ่และโชติช่วงของบุรุษสวมหน้ากากนั้นเลือนหายไป ไม่ว่ากลิ่นอายสภาวะของมัน หรือกลิ่นอายสภาวะของสัตว์ร้ายแดนร้าง ล้วนผสานรวมเป็นหนึ่งเดียวกันกับดาราจักรอักขระเทพ
มันคล้ายไม่ได้คงอยู่ที่ใดเลย แต่ก็คล้ายคงอยู่ในทุกแห่งหน
ไห่ซินปิงรู้สึกอึดอัดขัดข้องจนบอกไม่ถูก พลังสภาวะของมันก่อนหน้านี้พุ่งทะยานขึ้นอย่างบ้าคลั่ง ราวกับว่าไม่มีจุดจบสิ้นก็มิปาน เท่านั้นก็ขู่ขวัญนางมากพอแล้ว แต่ยามนี้สภาวะคล้ายลมบางเบาฝนโปรยปราย คง
?
ที่แฝงไว้ด้วยความรันทดหดหู่ จากนั้นชั้นน้าแข็งกลืนกินร่างของนางในชั่วพริบตาเดียว
จ้าวรัตติกาลผู้องอาจพิลาศล้า กลับกลาย