นเยียบ
“เคลื่อนทัพ!”
กองกำลังผู้พิทักษ์สุสานหยินยกพลออกจากฐานที่มั่น ไม่หลงเหลือแม้สักคนเดียว
“นานเท่าใดแล้วที่ข้าไม่ได้ออกศึก แม้แต่พุงของข้าก็ชักจะใหญ่โตเกินไป” โหยวเจ๋อทอดถอนรำพัน ขนาดร่างกายของมันใหญ่โตขึ้นอีกแล้ว
ที่เบื้องหน้ามัน ยืนไว้ด้วยขุนพลอันดับหนึ่งใต้ร่มธงของมัน นามว่าหม่าเหวย คนผู้นี้กำลังมองดูจ้าวรัตติกาลซึ่งผู้คนหยามดูแคลนด้วยสายตาเคารพนอบน้อม กองทัพทั้งหมดของวังหุบเหวแดนใต้พร้อมจะเคลื่อนพลได้ทุกเมื่อ
“อา ไห่ซินปิงเอย ไห่ซินปิง เจ้าผู้นี้ทำให้ผู้คนนึกห่วงกังวลนัก ไฉนต้องก่อกวนเรื่องราวใหญ่โตถึงเพียงนี้ด้วย แม้แต่ตาเฒ่ากระดูกผุอย่างข้ายังต้องพลอยออกโรง” โหยวเจ๋อยังคงรำพึงรำพันไม่เลิกรา “เดิมทีข้าไม่คิดขยับเคลื่อนไหวอันใด ไยต้องต่อสู้ดิ้นรน?? เอาเถอะ เอาเถอะ ไปกันเถอะ ข้าก็ไม่รู้ว่าจะไปทันเวลาหรือไม่ไห่ซินปิงเสียสติไปแล้ว หรือนางต้องการให้แผ่นดินแห่งความมืดปั่นป่วนวุ่นวายขึ้นมาอีก เจ้าหากต้องการต่อสู้เพื่อเป็นราชาก็สู้ไป ไยต้องก่อกวนวุ่นวายเช่นนี้ เจ้าทราบหรือไม่ว่าหมิงอ๋องไฉนไม่เคยเตรียมการลงมือต่อข้า?
ทางหนึ่งคร่าครวญรำพัน อีกทางหนึ่งตะกายขึ้นไปบนรถศึก จากนั้นโหยวเจ๋อร้องสั่ง “ออกเดินทาง”
กองทัพแห่งวังหุบเหวแดนใต้เคลื่อนทัพในบัดดล
พวกมันขวัญกล้าบังอาจ แต่ไม่ได้โง่งม ขุมกำลังทั้งสองฝ่ายนั้นแตกต่างกันมากเกินไป
พวกมันทราบแน่แก่ใจ เหตุที่หลายวันมานี้พวกมันกวาดพิชิตไปโดย