ลียงเวยร้อนรนกระวนกระวายดุจมดบนกระทะร้อน พวกมันไม่อาจขบคิดเข้าใจได้ ในช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ ราชาไฉนยัง
มีอารมณ์หลอมสร้างอาวุธวิเศษอยู่อีก มิหนำซ้ากล่องน้อยสีทองอร่ามใบนั้นดูไปธรรมดาสามัญยิ่ง ไม่เห็นว่าจะมีสิ่งใดพิเศษ
?” จั่วม่อถามเสียงราบเรียบ
อันม่อชะงักกึก มันไม่ได้คาดคิดว่าราชาจะถามเช่นนี้ มันตอบอย่างเคร่งขรึม “บริวารไม่เคยกลัวตาย แต่ไม่อยากตายอย่างไร้คุณค่าความหมาย”
“นั่นก็ใช่แล้ว” จั่วม่อพยักหน้า ภายใต้หน้ากากสัมฤทธิ์ ไม่มีผู้ใดมองเห็นสีหน้าแท้จริงของมัน เพียงได้ยินคำสั่งอย่างเย็นชา “เช่นนั้นก็เคลื่อนทัพ”
“องค์ราชา!” อันม่อร้อนใจดั่งไฟสุม
“องค์ราชา กองกำลังผู้พิทักษ์สุสานหยินและทัพของจ้าวรัตติกาลโหยวเจ๋อกำลังเร่งรุดมาอย่างเต็มกำลัง ใช่สมควรรอพวกมันสักระยะ… …”เหลียงเวยช่วยกล่าวมาอีกทาง
“เราจะไม่รอผู้ใด ข้ามีเวลาไม่มาก” จั่วม่อกล่าวอย่างเย็นชา จากนั้นกระตุ้นพาหนะปิศาจเหินทะยานสู่ท้องฟ้า
อันม่อกับเหลียงเวยหันมามองหน้ากัน พวกมันไม่อาจเข้าใจได้ว่าราชากำลังคิดอะไร! ยามนี้หากพวกมันยังคงมุ่งหน้าต่อไป ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามีแต่ความตายที่รอคอยอยู่เบื้องหน้า! สามแสน! พวกมันจึงไม่เชื่อว่าราชาจะไม่เข้าใจว่าตัวเลขนี้หมายความว่าอย่างไร แต่ราชากลับยังคงยืนกรานที่จะทำตามกำหนดการเดิม หรือว่าราชายังมีไพ่ตายอันใดซ่อนไว้อีก?
พวกมันเคยหารือเรื่องนี้มาบ้าง แต่ไม่ว่าจะช่วยกันเค้นสมองครุ่นคิดอย