กหาผูผูเป็นเหล่าซือก็ตาม
เมื่อเงาร่างที่คุ้นเคยปรากฏขึ้นในครรลองสายตา เหลียงเวยหัวใจแทบกระดอนออกมาจากอก
ผูเยาค้นพบการมาของเหลียงเวย มันหันมามองแล้วเผยรอยยิ้มน้อยๆ “ไม่เลว ครั้งนั้นข้าไม่ได้มองคนผิดจริง ๆ” จากนั้นมันกวาดตามองเหลียงเวยขึ้น ๆ ลง ๆ “ดูทีท่าเจ้าหนักแน่นมั่นคงกว่าแต่ก่อนมาก ความยากลำบากในหลายปีมานี้นับว่าไม่สูญเปล่าแล้ว”
เหลียงเวยสมองขาวว่างเปล่าอย่างสิ้นเชิง สายตาดุดันดุจสุนัขป่าเลือนหายไป มันดูราวกับเด็กหลงทางที่เพิ่งหวนคืนสู่บ้าน
ผูเยามองดูสีหน้าตื่นเต้นยินดีของเหลียงเวย ต้องแย้มยิ้มพลางกล่าวอย่างอ่อนโยน “ลองบอกสถานการณ์ทางด้านเจ้าในระยะนี้ออกมาฟังดู”
สายตาของมันทอแววละเอียดถี่ถ้วน ปลาบปลื้มประโลมใจและภาคภูมิใจ เหลียงเวยเป็นศิษย์อีกคนหนึ่งที่มีความสำเร็จสมดังความตั้งใจของมัน มันสามารถเห็นได้ว่าท่วงท่าสภาวะของเหลียงเวยในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างมาก ตั้งแต่ครั้งนั้นมันก็ประเมินเหลียงเวยเอาไว้สูงไม่น้อย ในความเห็นของมัน ขอเพียงสามารถใช้สติปัญญาสะกดข่มความดุร้ายและหุนหันพลันแล่นเอาไว้ แม่ทัพหนุ่มที่เฉลียวฉลาดผู้นี้จะเปล่งประกายอย่างน่าตกใจ
ผูเยาพึงพอใจกับเหลียงเวยเป็นอย่างยิ่ง ชั่วชีวิตนี้มันพบพานสุดยอดศิษย์อันเด่นล้าเช่นกงซุนชาคนหนึ่ง นึกไม่ถึงว่าจะได้พบพานอีกคนหนึ่งสิ่งที่ทำให้มันยิ่งภาคภูมิใจกว่าเดิม คือศิษย์ทั้งสองมีแบบฉบับการต่อสู้ที่ผิดแผกแตกต่างกันอย่างสิ้น