หากมิใช่ใบหน้าอันคุ้นเคยนั้น จั่วม่อคงไม่อาจจำซือได้เป็นแน่ เมื่อตอนที่พวกมันแยกจากกัน ร่างกายของซือคล้ายแบ่งออกเป็นสองส่วนฟากหนึ่งเต็มไปด้วยสีสันหลากหลาย แต่ในยามนี้ร่างของซือกลับกลายเป็นคล้ายผลึกหยก ปลดปล่อยคลื่นพลังอันน่าแตกตื่นสะท้านใจออกมาตลอดเวลา มีเพียงใบหน้าแห้งเหี่ยวนั้นที่ยังคงคุ้นตาเหมือนสมัยก่อน
ซือคล้ายมีพลังมากกว่าเดิม
แต่ไม่ทราบเพราะเหตุใด จั่วม่อกลับบังเกิดลางสังหรณ์อัปมงคล ควรทราบว่าคนผู้หนึ่งยิ่งมีพลังฝีมือลึกล้ามากเท่าใด ยิ่งสามารถควบคุมและซุกงำพลังของตนได้มากเท่านั้น พวกมันจะไม่ปล่อยให้พลังของตนรั่วไหลออกมาภายนอกได้โดยง่าย ซือในยามนี้ดูคล้ายเปลวไฟที่ลุกไหม้อย่างรุนแรง แม้ร้อนแรงสว่างไสวบาดตา แต่บันดาลให้จั่วม่อเกิดความรู้สึกว่าสภาพเช่นนี้ไม่อาจคงอยู่ได้นาน
และเมื่อสายตาของจั่วม่อมองผ่านช่วงขาของซือโดยไม่ได้ตั้งใจ ต้องนิ่งขึงตะลึงลาน นับตั้งแต่ช่วงเข่าของซือลงไปกลับไม่มีสิ่งใดหลงเหลืออยู่อีกแล้ว
จั่วม่อนิ่งงันไปนาน ก่อนจะเอ่ยถามตะกุกตะกัก “ซือ ร่างกายของท่าน… …”
ในใจของจั่วม่อ ไม่มีสิ่งใดในโลกที่ซือทำไม่ได้ ไม่มีผู้ใดแข็งแกร่งไปกว่าซืออีกแล้ว กระทั่งผู้อาวุโสสูงสุดแห่งเทียนหวนยังไม่อาจเทียบชั้นกับซือได้ สุดยอดฝีมือใต้หล้าไร้เทียมทานผู้นี้ จะมีสภาพเช่นนี้ได้อย่างไรกัน
ซือมองดูจั่วม่อ จากนั้นแย้มยิ้มจาง ๆ บันดาลให้ใบหน้าสีขาวอมเทาดูแปลกประหลาดและน่ากลัวอยู่บ้าง “ข้