าอยู่มานานพอแล้ว”
“แต่ว่า… …”
จั่วม่อขยับปาก แต่กลับไม่ทราบว่าจะเอ่ยคำใดออกมา ทันใดนั้นมันตระหนักถึงความจริงข้อหนึ่ง หลังจากใช้เวลากว่าหมื่นปีอยู่ในสนามรบปิดผนึกล้างเผ่าพันธุ์ ชีวิตของซือใช่ดำเนินมาถึงจุดสิ้นสุดแล้วหรือไม่
นับตั้งแต่พวกมันพบกันครั้งแรกในสนามรบปิดผนึกล้างเผ่าพันธุ์นับเป็นเวลากว่าสิบปีมาแล้ว เมล็ดผลึกสุริยันที่ซือมอบให้แก่มัน ในภายหลังได้ช่วยชีวิตมันไว้นับครั้งไม่ถ้วน ทั้งยังเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้พลังฝึกปรือของมันบรรลุถึงระดับชั้นเทพยุทธ์เหมือนเช่นทุกวันนี้
มันยังจดจำได้ดี เมื่อยามที่อำลาจากกัน ซือเคยบอกว่าจะไปตามหาบ้านเกิดเมืองนอนของตน
ราวกับว่ามองเห็นความเจ็บปวดในใจของจั่วม่อ ซือดวงตาทอแววนุ่มนวล กล่าวด้วยรอยยิ้มจาง ๆ “ต่อให้เป็นสุดยอดฝีมือที่เข้มแข็งที่สุด ยังไม่อาจต่อต้านฝีเท้าของกาลเวลา ข้ามีอายุยืนยาวกว่าเหล่าคนในยุคสมัยของข้ามาก ไม่มีสิ่งใดที่ข้าไม่พอใจ เจ้าไม่จำเป็นต้องโศกเศร้าเพื่อข้า”
จั่วม่อนิ่งเงียบงัน ชั่วอึดใจให้หลัง ค่อยเงยหน้าขึ้น “ซือ ท่านเสาะหาพบบ้านเกิดเมืองนอนของท่านหรือไม่?”
“ที่นี่ก็คือบ้านเกิดเมืองนอนของข้า” ซือกลั้นหัวร่อ
จั่วม่องงงันวูบ “อา ที่แท้ที่นี่ก็คือบ้านเกิดเมืองนอนของท่านหรอกรึ?”
?”
?”
?”
ประโยคสุดท้ายพอกล่าวจากปาก ซือขมวดคิ้วนิ่วหน้า “โลกยุคนี้มีผู้ใดฝีมือกล้าแข็งถึงเพียงนี้?”
จั่วม่อบอกเล่าเรื่องราวของผู้อาวุโสสูงสุดแห่งเทียนหวนโดย