ัพประหลาดนี้คล้ายทรยศต่อความคาดหวังของมัน จู่ ๆ กลับหยุดทัพลงอย่างกะทันหัน
ความรู้สึกแปลกพิกลที่เกิดขึ้นชวนอึดอัดขัดข้องจนอันม่อแทบกระอักโลหิตออกมา
อันม่อข่มใจฝืนสะกดมือของตน มันแทบจะเปิดฉากโจมตีออกไปแล้วขณะเดียวกันต้องใจหายวาบ แม่ทัพบัญชาการศึกอันร้ายกาจนัก! อีกฝ่ายเห็นได้ชัดว่าประเมินระยะโจมตีของมันอย่างแม่นยำ สามารถหยุดทัพลงที่นอกขอบเขตการโจมตีของมันพอดี
นี่เป็นครั้งแรกที่อันม่อเผชิญกับแม่ทัพบัญชาการศึกที่ร้ายกาจถึงเพียงนี้ ทั้งสองฝ่ายแม้ยังไม่ได้เริ่มเปิดศึก แต่ก็เพียงพอให้มันอัศจรรย์ใจไม่น้อยแล้ว
สายลมเต็มไปด้วยกลิ่นอายฆ่าฟัน คนทั้งหมดเงียบกริบเสมือนตาย
แม่ทัพที่ด้านหน้าสุดพลันลงจากหลังม้าพาหนะปิศาจ พรึบ ทั้งกองทัพลงจากหลังม้าศึกอย่างพร้อมเพรียง การเคลื่อนไหวของพวกมันพรักพร้อมแทบเป็นเสียงเดียว จากนั้นขบวนทัพแยกออกเป็นสองฟากเห็นอสูรผู้หนึ่งเดินออกมา หยุดยืนอยู่เคียงข้างกับแม่ทัพที่ด้านหน้า
คนทั้งสองยืนไหล่เคียงไหล่ มองตรงเข้ามาในกองทัพของอันม่อ น่าแปลกที่สายตาของพวกมันคล้ายแฝงแววคาดหวังรอคอยอยู่บ้าง
นี่มัน… …
ความคิดหนึ่งวาบขึ้นในใจอันม่อ จากปลายหางตาของมันเห็นองค์ราชาก้าวออกจากแถวทัพ ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้ากองทัพทั้งหมด
แม่ทัพฝ่ายตรงข้ามทั้งสองพอเห็นจั่วม่อ สีหน้าทอแววลิงโลดยินดีวูบหนึ่ง แต่ยังคงค้อมกายคารวะเป็นอันดับแรก
“เหลียงเวย!” แม่ทัพอสูรสูดหายใจลึก สุ้มเสียงเคร่งขรึมจ