ริงจัง
“เฟ่ยเหลย!” แม่ทัพปิศาจระงับความตื่นเต้นยินดี กล่าวเสียงดังฟังชัด
“พวกเรานำแตรศึกแห่งราชัน มาเพื่ออารักขาราชาของเรา!” ทั้งสองตวาดเสียงหนักแน่นอย่างพร้อมเพรียง
สุ้มเสียงนั้นทั้งเคร่งขรึม สำรวมและจริงจัง ราวกับคำสัตย์สาบานสะท้อนก้องอยู่ในดินแดนเปลี่ยวร้างอันกว้างใหญ่ไพศาล
“ราชาจงเจริญ!”
เสียงตะโกนของคนนับพันกระหึ่มก้องดุจอัสนีคำรน กระทั่งดินแดนรกร้างยังต้องสั่นสะเทือน แต่ละคนร่างสะท้านด้วยความลิงโลด เห็นความตื่นเต้น ความยินดีและความเบิกบานใจส่องประกายอยู่ในแววตาอันซับซ้อนของพวกมัน สิบปี สิบปีที่เฝ้ารอ พวกมันในที่สุดนับว่ารอจนร้องขานประโยคนี้ออกมาเสียที
หลายคนหลั่งน้าตานองหน้าพวกมันหวนนึกถึงครั้งที่เฟ่ยเหลยออกดั้นด้นค้นหาพวกมันในสถานที่อันแร้นแค้นและห่างไกล เล่าให้พวกมันฟังถึงเกียรติศักดิ์ศรีอันเรืองรองของบรรพบุรุษของพวกมัน ยังจำได้ว่าพวกมันเดินทางไปยังค่ายทัพด้วยสารรูปเช่นขอทาน แต่กลับใช้นามเรียกขานกองทัพว่าแตรศึกแห่งราชันซึ่งทำให้พวกมันดูไม่ต่างจากตัวตลก ยังจำได้ว่าเพื่อที่จะตอบสนองความพึงพอใจในการฝึกฝนอันเข้มงวดของเหลียงเวย พวกมันไม่ทราบว่าผิวหนังถลอกปอกเปิงไปกี่ชั้นต่อกี่ชั้น กว่าจะล่วงรู้ว่าสิ่งที่เรียกว่าขบวนทัพคืออะไร ยังจำได้ว่าในช่วงสิบปีที่ต้องปล้นชิงเพื่อเอาชีวิตรอด ความหวังของพวกมันก็ค่อย ๆ ลดน้อยลงทุกขณะ แต่ถึงกระนั้นพวกมันยังคงยึดมั่นราวกับคนโง่ พร่าบอกต่อตัวเองซ้