ื่อสิบปีที่แล้ว จั่วม่อเกือบจะร่าไห้ออกมา
ผูเยาสะบัดหน้า เดินไปยังเสาหินที่จองจำเว่ยเอาไว้ภายใน กล่าวทักทายด้วยรอยยิ้มหวาน “เว่ยเอ๋ย เสี่ยวเว่ยจื่อ เห็นหรือไม่ ข้าออกมาแล้วภายนอกนี่ประเสริฐเลิศล้ายิ่ง! น่าเบิกบานใจนัก! อากาศสดชื่น บรรยากาศรื่นรมย์ และข้าเป็นอิสระแล้ว จุ๊จุ๊ สุขสบายอย่าบอกใคร! ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า……”
ใบหน้าบนเสาหินที่เบื้องหน้าบิดเบี้ยวอย่างรุนแรง เห็นได้ชัดว่าเว่ยถูกผูเยากระตุ้นโทสะจนแทบระเบิด
จั่วม่ออ้าปากค้าง เหม่อมองผูเยาอย่างตะลึงลาน อารมณ์ซาบซึ้งที่เพิ่งบังเกิดขึ้นเล็กน้อยถูกพฤติการณ์ไร้ยางอายของผูเยาบดขยี้จนไม่เหลือชิ้นดี
เจ้าผู้นี้… …ช่างต่าช้าเกินเยียวยา!
ในไม่ช้าเสาหินก็สลายหายไปอย่างสิ้นเชิง เงาร่างหนึ่งทะยานออกมาทันทีที่หลุดออกจากการจองจำ เงาร่างนั้นโถมเข้าหาผูเยาอย่างไม่สนใจสิ่งใด เสียงคำรามกึกก้องกัมปนาทจนจั่วม่อสองหูปวดแปลบ “ข้าจะฆ่าเจ้า!”
จั่วม่อมองดูสภาพเบื้องหน้า หากปล่อยให้คนทั้งสองอยู่ในสภาพนี้ต่อไป ไม่ทราบว่าเมื่อใดจึงจะจบสิ้น ดังนั้นร่างของมันหายวับไปทันทีจากนั้นพลันปรากฏขึ้นด้านหลังผูเยา หมับ มันคว้าคอเสื้อผูเยา แล้วหายวับไปอีกครั้ง คราวนี้ปรากฏขึ้นคว้าคอเสื้อของเว่ยด้วยมืออีกข้าง
“เจ้าเด็กน้อย ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้! เจ้าบังอาจปฏิบัติต่ออสูรฟ้าผู้ยิ่งใหญ่เยี่ยงข้าด้วยกิริยาเช่นนี้… ….” ผูเยาโมโหโทโส
“อสูรฟ้าตกอับเยี่ยงเจ้ามีค่าต่างจากสุนัขที่ใดกัน!” เว